วันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

The Chosen One

มิมบัรออนไลน์


คุตบะห์วันศุกร์ 10 รอบีอุ้ลเอาวัล 1433 (วันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555)


The Chosen One



الْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ


لَقَدْ أَرْسَلْنَا رُسُلَنَا بِالْبَيِّنَاتِ وَأَنْزَلْنَا مَعَهُمُ الْكِتَابَ وَالْمِيزَانَ لِيَقُومَ النَّاسُ بِالْقِسْطِ وَأَنْزَلْنَا الْحَدِيدَ فِيهِ بَأْسٌ شَدِيدٌ وَمَنَافِعُ لِلنَّاسِ وَلِيَعْلَمَ اللَّهُ مَنْ يَنْصُرُهُ وَرُسُلَهُ بِالْغَيْبِ إِنَّ اللَّهَ قَوِيٌّ عَزِيزٌ




ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย


ทุกวันนี้ มนุษย์ต่างดิ้นรนต่อสู้กับปัญหาของการดำเนินชีวิตในหลายรูปแบบ ทั้งในการดำรงชีวิต ปัญหาทางสังคม วัฒนธรรม รวมไปถึงปัญหาในระดับมหภาคที่ระดับรัฐกำลังแก้ไขปัญหา การวิภาควิจารณ์ การแสดงทัศนคติของผู้คนอย่างหลากหลายทั้งผู้ที่รู้จริงในปัญหาต่างๆ เหล่านั้น กับผู้ที่ติดตาม ตรวจสอบข้อมูล รวมไปถึงประชาชนในระดับรากหญ้าที่มุ่งติดตามความเป็นไปของข้อมูลข่าวสาร ที่หลายๆ ฝ่ายมาให้ข้อมูลหรือออกมาแถลงข่าว โดยใส่ทัศนคติส่วนตนเข้าไปในการให้ข้อมูลต่างๆ นั้นด้วย บางเหตุการณ์ทำให้เกิดการรวมศูนย์แห่งความเกลียดชัง เพียงเพื่อจุดประสงค์ของคนเพียงไม่กี่พวกที่เห็นต่างทางความคิด มีจุดยืนในกลุ่มของตนแสวงหาผู้ที่มีแนวคิดรูปแบบเดียวกันผ่านการสื่อสารมวลชนเพื่อให้คนทั้งหลายได้เข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดพร้อมดึงเข้าเป็นพวก สังคมในปัจจุบัน หากเราไม่รู้จักแยกแยะแล้ว แน่นอนว่าเราจะหลายเป็นเหยื่อ หรือเป็นเครื่องมือของกลุ่มที่ขัดแย้งกันโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจหรือมีความสมัครใจที่จะก้าวเข้าไปเป็นคู่ขัดแย้ง จึงขอเตือนตนเองและท่านทั้งหลาย จงพิจารณาด้วยสติปัญญา ด้วยจิตที่มีมีความยำเกรงต่อพระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ซึ่งพระองค์ได้ทรงใช้ให้เรากระทำอิบาดัรและห้ามมิให้กระทำกระทำในเรื่องราวที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น แม้เพียงเล็กน้อย หรือขาดความยั้บยั้งชั่งใจ ซึ่งเราต้องหนักแน่นในเรื่องราวต่างๆ อย่าปล่อยให้ความเปราะบาง หรือความอ่อนไหวในกระแสธารที่เข้ามายังเราแล้วเราปล่อยตนเองให้ลื่นไหลไปในกระแสธารนั้น โดยมิได้ฉุกคิดด้วยสติปัญญา หรือไตร่ตรองและพินิจพิจารณาถึงคุณค่าของมันรวมไปถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นโดยเราหาได้ทราบถึงข้อมูลเชิงลึกที่มากไปกว่านั้น แล้วเราจะกลายไปเป็นส่วนหนึ่งแห่งความขัดแย้งของสังคม


ท่านทั้งหลาย


การที่คนๆ หนึ่งไปต่อว่าคนอีกคนหนึ่งโดยที่เขา คนที่ถูกต่อว่าหาได้ล่วงรู้ถึงข้อมูลที่เขาถูกต่อว่านั้น เป็นเรื่องราวใด ความเสียหายได้พึงบังเกิดขึ้นแล้ว ความผิดในลักษณะนี้ในทางกฎหมายเรียกว่า “หมิ่นประมาท” หรือ “การนินทา” ทำให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่นๆ โดยมีบุคคลที่สามเป็นผู้รับรู้ข้อมูลนั้น และความเสียหายดังกล่าวเป็นความผิดทางกฎหมาย ซึ่งต้องระวางโทษตามข้อบังคับของกฎหมาย หากบุคคลผู้เสียหายเป็นผู้ที่อยู่ในระดับผู้นำของประเทศ แน่นอนว่าระวางโทษจะหนักขึ้นตามข้อกำหนดทางกฎหมาย เช่นนี้แล้ว จึงเป็นเรื่องที่เราต้องมาพิจารณาว่า การที่เรารับข้อมูลต่างๆ รอบตัวเรามานั้น การแสดงทัศนะคติ การวิพากษ์วิจารณ์ หรือการแสดงความคิดเห็นของเราในแต่ละวัน ซึ่งการแสดงความคิดเห็นในประเด็นดังกล่าวเป็นการขยายความด้วยข้อมูลที่รับมา หากทำให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลหนึ่งบุคคลใดแล้ว ผู้ที่เผยแพร่เรื่องราวดังกล่าวย่อมมีความผิดตามนัยแห่งกฎหมายด้วย หากพิจารณากรอบแห่งศาสนบัญญัติแล้ว เรื่องราวดังกล่าว พิจารณาจากโองการจากซูเราะห์ อัลฮุมาซะห์ ( Al-Qur'an, 104.001 (Al-Humaza [The Traducer, The Gossipmonger])) ความว่า


104.001 وَيْلٌ لِكُلِّ هُمَزَةٍ لُمَزَةٍ


104.001 Woe to every (kind of) scandal-monger and-backbiter,


1. ความหายนะจงประสบแด่ทุกผู้นินทาและผู้ใส่ร้ายผู้อื่น


จากโองการที่กล่าวมา มีความชัดเจนอย่างยิ่ง ไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ที่จะชี้แจงหรือบิดเบือนความผิดของการกระทำดังกล่าวนี้ ซึ่งท่านศาสดา (ซ.ล.) ได้มีแบบฉบับที่เกี่ยวข้องกับการ “พูด” หรือการกล่าววาจาต่อผู้อื่น ในลักษณะของการกล่าวให้ร้าย ด่าทอ หรือให้ร้ายต่อบุพการีของคนอื่น หากคนที่ถูกกระทำไปกล่าวตอบโต้เช่นเดียวกัน คือ ด่าทอ หรือให้ร้ายต่อบุพการีของคนที่กล่าวก่อนแล้ว เช่นนี้ ไม่ต่างอะไรกับการที่เขาด่าทอ หรือให้ร้ายต่อบุพการีของตนเอง เช่นนี้ ย่อมมีความผิดที่ไม่แตกต่างกัน เป็นความผิดที่พระองค์ผู้อภิบาล ทรงประทานโองการดังกล่าวข้างต้น ดังนั้น ขอให้เราทั้งหลาย จงห่างไกลจากสิ่งที่พระองค์ทรงชี้นำนี้ด้วยเถิด เพราะการนินทาและใส่ร้ายผู้อื่น ในปัจจุบันเกิดขึ้นอย่างมากมาย ในทุกๆ สังคม ทุกๆ ชนชั้น และทุกๆ กลุ่ม โดยเฉพาะการนินทาและใส่ร้ายผู้อื่นๆ มันเป็นคำพูดที่สนุกปาก ทำให้กลายเป็นประเด็นที่ผู้คนทั้งหลายจะใส่ความเห็น ใส่ความเกลียดชังต่อบุคคลที่ถูกกล่าวถึง วิพากษ์วิจารณ์แสดงทัศนคติออกไปอย่างหลากหลาย โดยที่ผู้เสียหายไม่สามารถมาชี้แจงหรือโต้ตอบในเรื่องราวดังกล่าวได้ ซึ่งการนินทาและใส่ร้ายผู้อื่น แตกต่างจากการชื่นชมและให้เกียติต่อบุคคล อย่างสิ้นเชิง ในทางศาสนา การยกยกชื่นชมและให้เกียรติต่อผู้อื่น นั้น เป็นบุคลิกและวัตรปฏิบัติของท่านศาสดา (ซ.ล.) หนึ่ง นอกเหนือจากความสัตย์ที่ท่านได้รับเมื่อครั้งเดินทางไปค้าขายในช่วงวัยหนุ่มของท่าน


การยกย่องชื่นชม และให้เกียรติต่อผู้อื่น เป็นสิ่งที่ทุกคนพึงกระทำ แม้จะกล่าวถึงบุคคลที่สาม แต่ทุกๆ การสรรเสริญและให้เกียรติต่อผู้อื่น การสรรเสริญนั้น เป็นสิทธิของอัลลอฮ์ (ซ.บ.) ผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก และบุคคลที่ได้รับการยกย่องชื่นชมและให้เกียรตินั้น เขาพึงปฏิบัติตน และครองตนเองด้วยจิตสำนึกถึงความยิ่งใหญ่ของพระองค์ การที่เขาได้รับการชื่นชมยกย่องจากผู้คนอื่นๆ นั้น หาใช่ตนเองของเขาไม่ และหาใช่ว่าเขาได้รับปัจจัยต่างๆ ด้วยความสามารถส่วนบุคคลของตัวของเขาเอง ความสามารถของเขาเพียงเท่านั้น ทั้งหมด คือการทดสอบจากพระองค์ เป็นการทดสอบที่พระองค์ใช้เป็นบทประเมิน เพื่อวิเคราะห์ตรวจสอบ เขาคนนั้นว่า เขามีความหนักแน่นมั่นคง ในปัจจัยยังชีพที่เขาได้รับ ในขณะที่เขายังดำรงชีวิตอยู่ในขณะนั้นด้วยหรือไม่ ในวันแห่งการตอบแทนจากพระองค์ เขายังมีสิทธิที่จะได้รับภาคผลตอบแทนอย่างเหมาะสมหรือไม่ หรือการที่เขาได้รับการยกย่องชื่นชม และให้เกียรติจากผู้อื่น นั้น เป็นเพียงการกระหยิ่มยิ้มย่อง หรือเป็นความสามารถของตัวของเขาเอง ไม่ใช่พระประสงค์จากพระองค์ เช่นนี้แล้ว การทดสอบที่หนักกว่าจากพระองค์ในวันแห่งการตอบแทนที่เขาได้รับ นั่นคือสิ่งที่เพียงพอแล้วสำหรับเขาคนนั้น


ท่านทั้งหลาย


ในบรรดาผู้ที่ได้รับการยกย่องชื่นชม และให้เกียตริจากคนทั้งหลายนั้น สำหรับพระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.) แล้ว แน่นอนว่ามีบุคคลผู้หนึ่งในบรรดาคนทั้งหลายที่ได้รับเกียรติยศอันยิ่งใหญ่นี้ ซึ่งในวันแห่งการตัดสินจากพระองค์ ท่านเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถร้องขอจากพระองค์ ที่จะยกเว้นโทษ ลดโทษ หรือประวิงการลงโทษจากพระองค์ ที่ประชาชาติของท่านจะได้รับจากการประพฤติปฏิบัติในขณะที่เขายังมีชีวิตอยู่ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความรัก และการให้เกียรติอย่างยิ่งจากพระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ซึ่งพระองค์ทรงเลือกสรร คัดเลือกบุคคลที่พระองค์ทรงรักและให้เกียรติ ในการปฏิบัติภารกิจการสื่อสารจากพระองค์ ดำเนินชีวิตเฉกเช่นประชาชนธรรดา แต่การดำเนินชีวิตของท่าน บุคลิกและอุปนิสัยส่วนตัวของท่าน แสดงออกถึงภาพลักษณ์ที่ทุกคนต่างมุ่งมั่นที่จะเข้าถึง เป็นแบบฉบับหรือแบบอย่างของการดำเนินชีวิต ที่แสดงออกได้ว่าการปฏิบัติตนทั้งในการตรองตน การครองเรือน การครองผู้ติดตาม และในทางการปกครอง ภาพของนักปกครองที่ครองใจมวลชน ด้วยวัตรปฏิบัติที่งดงาม ทั้งในการตัดสินใจ การเป็นผู้นำในการจัดการเรื่องราวต่างๆ การเป็นผู้บัญชาการรบกับผู้รุกราน ที่ได้ลิ้มรสทั้งชัยชนะที่งดงามและในภาพลักษณ์ของผู้ที่ถูกถล่มอย่างยับเยินในการสงคราม แต่ด้วยวัตรปฏิบัติของท่าน ท่านสามารถครองใจมวลชน ผู้ติดตามของท่าน โดยที่บรรดาเขาเหล่านั้น ต่างรวมกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน จนที่เป็นเกรงขามของผู้รุกราน ทั้งนี้ ด้วยการสั่งสมภาพลักษณ์อันงดงามในวัยหนุ่มของท่าน ขณะที่ท่านติดตามลุงของท่านเพื่อการทำการค้าขายยังประเทศชาม ซึ่งในยุคนั้น บรรดาพ่อค้าทั้งหลายที่รอนแรมเดินทางออกไปทำการค้าขายยังดินแดนต่างๆ ต่างมุ่งมั่นที่จะค้าขายหาผลกำไร เพื่อซื้อสินค้าให้ไดมากที่สุดนำไปค้าขายแลกเปลี่ยนยังบ้านเมืองของตน คุณภาพของสินค้า ความซื่อสัตย์และคุณธรรมพื้นฐานของบรรดาพ่อค้าทั้งหลาย นั้นหายากมาก แม้ในปัจจุบันการแข่งขันมีสูง แต่ด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจ เรื่องของคุณภาพและราคาของสินค้า มักจะผกผันกัน แต่สำหรับท่านแล้ว ความซื่อสัตย์ในการทำหน้าที่ของท่าน การประเมินคุณภาพของสินค้า และการแสวงหากำไรในสินค้าที่ท่านค้าขายอยู่ เป็นหัวใจสำคัญ ของการค้าขาย ท่านได้รับสมญานามที่คนทั้งหลายตั้งไว้ ซึ่งจะแสดงออกให้เห็นถึงบุคลิกลักษณะที่ใช้ในการกล่าวถึงท่านว่า “มูฮัมมัด อัลอามีน” ซึ่งตรงกับบุคลิกของท่านมากที่สุด ความซื่อสัตย์ของท่าน ท่านเป็นผู้ที่คนทั้งหลายให้ความไว้วางใจมากที่สุด เมื่อขบวนคาราวาสินค้าในกลุ่มของท่านเดินทางไปยังที่แห่งใด แน่นอนว่ากลุ่มของท่านมักได้รับความไว้วางใจจากคนในดินแดนนั้น ที่จะเดินมาเลือกหาและซื้อสินค้าจากกลุ่มของท่าน นับว่าขึ้นชื่อในเรื่องของความน่าเชื่อถือเป็นอย่างยิ่ง


ท่านทั้งหลาย


การยกย่อง ชื่นชมและให้เกียรติแด่ท่าน เมื่อยามกล่าวถึง “Muhammad Khaira Khalqillah Sallu ‘ala Rasulillah, Habibil Mustafa” เป็นเกียรติยศที่ชนทั้งหลายเปล่งเสียงแซ่ซ้องสรรเสริญต่อท่าน วัตรปฏิบัติของท่านที่ประชาชาติทั้งหลายดำเนินตาม หาใช่เป็นแนวทางที่มุ่งสู่การข่มขู่หรือใช้ปลายกระบอกปืนพุ่งใส่ เพื่อที่จะเรียกร้องเชิญชวนให้ทุกคนก้าวเข้ามาสู่การเป็นมุสลิม ตรงกันข้าม การเรียกร้องเชิญชวนให้ผู้คนเข้ารับอิสลาม เป็นไปในวงจำกัดในกลุ่มผู้ใกล้ชิด และในเครือญาติ เพื่อที่ให้แต่ละคนได้รู้จักอิสลาม จนในที่สุดขยายวงไปอย่างไม่จำกัดไม่หยุดยั้ง ในทุกๆ ดินแดน ทุกๆ พื้นที่ เช่นในปัจจุบัน หาใช่เป็นการแสวงหาความรุนแรง แต่ตรงกันข้าม หากพิจารณาถึงการดำเนินชีวิต วจนะและแนวทางปฏิบัติที่เรียบง่ายของท่าน คือ สิ่งที่ทำให้ชนทั้งหลายเข้ามาดำเนินชีวิตในแบบฉบับของท่านและแนวทางแห่งอัลอิสลาม ขอให้พิจารณาโองการจากซูเราะห์ Al-Qur'an, 057.025 (Al-Hadid [The Iron]) ความว่า



057.025 لَقَدْ أَرْسَلْنَا رُسُلَنَا بِالْبَيِّنَاتِ وَأَنْزَلْنَا مَعَهُمُ الْكِتَابَ وَالْمِيزَانَ لِيَقُومَ النَّاسُ بِالْقِسْطِ وَأَنْزَلْنَا الْحَدِيدَ فِيهِ بَأْسٌ شَدِيدٌ وَمَنَافِعُ لِلنَّاسِ وَلِيَعْلَمَ اللَّهُ مَنْ يَنْصُرُهُ وَرُسُلَهُ بِالْغَيْبِ إِنَّ اللَّهَ قَوِيٌّ عَزِيزٌ


057.025 We sent aforetime our messengers with Clear Signs and sent down with them the Book and the Balance (of Right and Wrong), that men may stand forth in justice; and We sent down Iron, in which is (material for) mighty war, as well as many benefits for mankind, that Allah may test who it is that will help, Unseen, Him and His messengers: For Allah is Full of Strength, Exalted in Might (and able to enforce His Will).


25. โดยแน่นอนเราได้ส่งบรรดาร่อซูลของเราพร้อมด้วยหลักฐานทั้งหลายอันชัดแจ้งและเราได้ประทานคัมภีร์และความยุติธรรมลงมาพร้อมกับพวกเขาเพื่อมนุษย์จะได้ดำรงอยู่บนความเที่ยงธรรม (เราได้ส่งบรรดาร่อซูลของเรามาพร้อมด้วยหลักฐานอันชัดแจ้งและสิ่งปาฏิหาริย์ที่ชัดเจนและเราได้ประทานคัมภีร์ลงมาพร้อมกับพวกเขา ซึ่งในคัมภีร์นั้น ๆ นำความสุขมาสู่มนุษยชาติ และเราได้ประทานความยุติธรรมหรือตราชูมาพร้อมกับพวกเขาเพื่อให้มนุษย์ดำรงอยู่บนความเที่ยงธรรมในการปฏิบัติซึ่งกันและกัน) และเราได้ให้มีเหล็กขึ้นมา เพราะในนั้นมีความแข็งแกร่งมาก และมีประโยชน์มากหลายสำหรับมนุษย์ และเพื่ออัลลอฮฺจะได้ทรงรู้ถึงผู้ที่ช่วยเหลือพระองค์ และบรรดาร่อซูลของพระองค์ (มีความเชื่อมั่น) โดยทางลับ (ต่อพระองค์) แท้จริงอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงพลัง ผู้ทรงอำนาจ (และเราได้ประทานเหล็กมาหมายถึงให้มีเหล็กขึ้นมา เพราะเหล็กนั้นมีความแข็งแกร่งเพื่อใช้ในการทำอาวุธสงครามและมีประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมายในเรื่องเกี่ยวกับอุตสาหกรรมหนัก ตามที่อัลลอฮฺ ตะอาลาได้ทรงประทานสิ่งต่าง ๆ ลงมานั้นก็เพื่อที่พระองค์จะได้ทรงรู้ว่าใครบ้างที่ได้ช่วยเหลือสนับสนุนพระองค์ และบรรดาร่อซูลของพระองค์ด้วยการต่อสู้ดิ้นรนและการยืนหยัดเคียงข้างกับพวกเขาในขณะที่พวกเขาทำหน้าที่ได้นำหน้าเผยแผ่ศาสนาของพระเจ้าของพวกเขาโดยทางลับ หมายถึงว่าพวกเขามิได้เห็นอัลลอฮฺ ตะอาลา ด้วยสายตาของพวกเขา พระองค์เป็นผู้ทรงพลังไม่ทรงต้องการความช่วยเหลือจากผู้ใด จากปวงบ่าวของพระองค์เป็นผู้ทรงอำนาจ)


จะเห็นว่า พระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ทรงคัดเลือก และแต่งตั้งศาสนทูต เพื่อประกาศศาสนาของพระองค์ ในประชาติต่างๆ เพื่อให้ทุกคนพิจารณา แล้วปฏิบัติตามข้อห้ามและข้อใช้ตามบัญญัติที่พระองค์กำหนด โดยบรรดาศาสนทูตเหล่านั้น เป็นผู้หนึ่งที่นำสารจากพระองค์มายังมวลชนทั้งหลาย เพื่อปฏิบัติศาสนกิจต่อพระองค์ด้วยความยำเกรงต่อพระองค์ บรรดาศาสนทูตจากพระองค์ แม้ว่าพระองค์จะทรงทดสอบ ตรวจสอบเขาเหล่านั้น แต่ด้วยความอดทน ยึดมั่นในพระองค์ แน่นอนว่า ชัยชนะที่พระองค์กำหนดไว้สำหรับเขาและประชาชาติของเขา คือ สัญญาที่พระองค์ทรงมีไว้สำหรับทุกคน และสัญญาของพระองค์นั้น จะตอบแทนแก่ทุกคนในวันแห่งการตัดสิน เช่นเดียวกับประชาชาติในยุคของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ.ล.) ที่พระองค์ทรงให้เกียรติและทรงตอบรับคำขอของท่านศาสดาในวันแห่งการตัดสิน ซึ่งแตกต่างจากกลุ่มชนแห่งประชาชาติที่มีมาก่อนหน้านี้


ท่านทั้งหลาย


การปฏิบัติตนของเรา ผลลัพธ์ที่เราพึงได้รับ หรือรางวัลและการลงโทษ จะปรากฏกับเราเมื่อมีการตัดสิน แน่นอนว่า แต่ละคนต่างมุ่งที่จะได้รับรางวัล ไม่ต้องการการถูกลงโทษใดๆ ทั้งสิ้น การดิ้นรนเพื่อให้ตนเป็นผู้ชนะในวันแห่งการตัดสิน จึงเป็นจุดมุ่งหมายของทุกๆ คนที่จะดำเนินชีวิตไปให้ถึงที่หมายในวันนั้น แน่นอนว่า พยานที่สำคัญ ประจักษ์พยานในวัตรปฏิบัติของเรา จะเป็นผู้ที่กล่าวถึงเราในพฤติกรรมทั้งหลายที่เราได้กระทำลงไป ซึ่งท่านศาสดา (ซ.ล.) ได้กล่าวถึงพยานที่สำคัญในวันดังกล่าว ดังอัลฮาดีส ความว่า


The Prophet said, "Whoever guarantees me (the chastity of) what is between his legs (i.e. his private parts), and what is between his jaws (i.e., his tongue), I guarantee him Paradise." Narrated by : Sahl bin Sad Source : Sahih Al-Bukhari 8.799



จะเห็นได้ว่า บุคคลที่พระองค์ทรงยกย่องและให้เกียรติอย่างยิ่ง เป็นผู้ที่ทรงคัดเลือกและเลือกสรรเพื่อที่ผู้คนทั้งหลายจะดำเนินชีวิตไปตามแนวทาง วัตรปฏิบัติ และแนวปฏิบัติที่ยอดเยี่ยมชัดเจน เพื่อความสันติสุขของสังคมในภาพรวม และในชุมชนสังคมโลก ซึ่ง หากเราแต่ละคนนำแนวปฏิบัติของท่านมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตของเรา สังคมโดยรวมจะประสบสันติสุขอย่างแน่นอน




إِنَّ اللَّهَ وَمَلائِكَتَهُ يُصَلُّونَ عَلَى النَّبِيِّ يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا صَلُّوا عَلَيْهِ وَسَلِّمُوا تَسْلِيمًا


رَبَّنَا آتِنَا فِي الدُّنْيَا حَسَنَةً وَفِي الآخِرَةِ حَسَنَةً وَقِنَا عَذَابَ النَّارِ


إِنَّ اللَّهَ يَأْمُرُ بِالْعَدْلِ وَالإحْسَانِ وَإِيتَاءِ ذِي الْقُرْبَى وَيَنْهَى عَنِ الْفَحْشَاءِ وَالْمُنْكَرِ وَالْبَغْيِ يَعِظُكُمْ لَعَلَّكُمْ تَذَكَّرُونَ


سُبْحَانَ رَبِّكَ رَبِّ الْعِزَّةِ عَمَّا يَصِفُونَ


وَسَلامٌ عَلَى الْمُرْسَلِينَ


وَالْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ


วัสสลาม


มูฮำหมัด สันประเสริฐ


10 รอบีอุ้ลเอาวัล 1433



อ้างอิง


อัลกุรอ่านฉบับภาษาไทย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ดำเนินการจัดพิมพ์โดยกระทรวงกิจการฮัจย์ แห่งราชอาณาจักรซาอุดิอาเบีย , www.DivineIslam.com


อัลฮาดีซ : Hadith of The Day V 1.0 Freeware by FaridAnasri avater@muslimonline.com www.beconvinced.com



วันพฤหัสบดีที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2555

ผู้ก่อการร้าย

มิมบัรออนไลน์
คุตบะห์วันศุกร์ 3 รอบีอุ้ลเอาวัล 1433 (วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2555)
ผู้ก่อการร้าย

الْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ
إِنَّ الدِّينَ عِنْدَ اللَّهِ الإسْلامُ وَمَا اخْتَلَفَ الَّذِينَ أُوتُوا الْكِتَابَ إِلا مِنْ بَعْدِ مَا جَاءَهُمُ الْعِلْمُ بَغْيًا بَيْنَهُمْ وَمَنْ يَكْفُرْ بِآيَاتِ اللَّهِ فَإِنَّ اللَّهَ سَرِيعُ الْحِسَابِ
فَإِنْ حَاجُّوكَ فَقُلْ أَسْلَمْتُ وَجْهِيَ لِلَّهِ وَمَنِ اتَّبَعَنِ وَقُلْ لِلَّذِينَ أُوتُوا الْكِتَابَ وَالأمِّيِّينَ أَأَسْلَمْتُمْ فَإِنْ أَسْلَمُوا فَقَدِ اهْتَدَوْا وَإِنْ تَوَلَّوْا فَإِنَّمَا عَلَيْكَ الْبَلاغُ وَاللَّهُ بَصِيرٌ بِالْعِبَادِ
إِنَّ الَّذِينَ يَكْفُرُونَ بِآيَاتِ اللَّهِ وَيَقْتُلُونَ النَّبِيِّينَ بِغَيْرِ حَقٍّ وَيَقْتُلُونَ الَّذِينَ يَأْمُرُونَ بِالْقِسْطِ مِنَ النَّاسِ فَبَشِّرْهُمْ بِعَذَابٍ أَلِيمٍ

ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย
ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา
มีเหตุการณ์มากมายที่เราได้สัมผัส หลายเหตุการณ์มีบทเรียนแห่งการดำเนินชีวิต ให้เราได้เรียนรู้ เพื่อปรับปรุงตนเอง
ปรับปรุงพฤติกรรม และถ่ายทอดบทเรียนดังกล่าว เพื่อเป็นแนวทาง ดำเนินชีวิต
ซึ่งเราต้องจำแนกบทเรียนดังกล่าว ตามบริบทและวิถีทางที่เที่ยงตรง
เพื่อตอบโจทย์บทเรียนดังกล่าว ให้ดำเนินไปในแนวทางที่เที่ยงแท้
มิใช่แนวทางของผู้หลงผิด และแนวทางแห่งมารร้ายที่พากันชักชวนให้เราละเมิดบทบัญญัติ
ตามความต้องการแห่งกิเลส และความอยากมีอยากได้ในสิ่งต่างๆ ตามความปรารถนา
จึงขอเตือนตนเอง และท่านทั้งหลาย จงยึดมั่นตามแนวทางและคำสอนของท่านศาสดา และย้ำเตือนตนเองให้ยำเกรงต่อพระองค์
ยึดมั่นในแนวทางแห่งพระเมตตาของพระองค์ เพราะนั่นคือหนทางแห่งผู้มีชัย
หาใช่หนทางของพวกที่หลงผิดและพวกที่บิดเบือน ซึ่งจะบั่นทอนการกระทำของเราที่จะเข้าใกล้ชิดกับพระองค์ในวันแห่งการตัดสิน
ท่านทั้งหลาย
เพื่อนบ้านของเรา
เป็นกระจกหรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่าเป็นผู้ที่จะสะท้อนให้เราเห็นได้ว่า
พฤติกรรมของเราเป็นเช่นไร บางครั้งเราสามารถคัดกรอง การเลือกที่จะคบใครเป็นมิตรแท้
ที่จะพูดจาหรือปรับทุกข์ในเรื่องราวต่างๆ การปรึกษาหารือ เพื่อประกอบการตัดสินใจ
รวมไปถึงการปรึกษาหารือในเรื่องราวส่วนตัวปัญหาชีวิต และเรื่องราวอื่นๆ
ที่เราสามารถจะพูดจาในเรื่องนั้นๆ ด้วยการแสดงออกถึงความเป็นมิตรแท้เช่นกัน
เราสามารถที่จะบ่งบอกได้ว่า การคบหาสมาคมกับเพื่อนบ้านของเราในระดับ
หรือมีขีดจำกัดในการคบหาสมาคมกับเขาเหล่านั้น
บางครั้งเราอาจทะเลาะเบาะแว้งกับเพื่อนบ้าน จากมิตรภาพที่มีต่อกัน กลายเป็นศัตรู
มีความแค้น มีความโกรธกัน บางครั้งเป็นญาติของเรา ตระกูลเดียวกัน
แต่ด้วยอารมณ์หนึ่ง ที่บ่งบอกถึงความขัดแย้งกัน เราและเขาต่างหมางเมินกัน ไม่มองหน้ากัน
เกลียดชังกัน แสดงออกถึงความเป็นศัตรูกัน ทั้งๆ ที่ท่านศาสดา (ซ.ล.) มิได้สร้างแนวทางเช่นนั้น
ซึ่งการเป็นศัตรูกันระหว่างเพื่อนบ้าน คือรอยแยก หรือความแตกร้าวที่ทำให้หลายๆ คน
ต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยความระแวง ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมไปถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชน
อันจะนำมาซึ่งความเดือดร้อน ในที่สุดต้องมีหน่วยงาน หรือองค์กรหนึ่ง
จากภายนอกเข้ามาไกล่เกลี่ย สร้างความปรองดองให้เกิดขึ้น
เพื่อความผาสุกในการดำเนินชีวิต
ความเป็นเพื่อนบ้าน
การที่เราต้องแสดงออกถึงความเป็นมิตรแท้ด้วยมิตรภาพที่มีต่อกัน
ด้วยจิตใจที่แสดงออกถึงมิตรไมตรีที่มีให้กัน เป็นแนวทางปฏิบัติที่ท่านศาสดา (ซ.ล.)
ได้แจ้งไว้ในอัลฮาดีสของท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อนบ้านใกล้กัน และญาติสนิท
ของเรา ที่เราต้องแสดงออกถึงความมีน้ำใจไมตรี
ซึ่งรวมไปถึงเพื่อนบ้านของเราที่เป็นชนต่างศาสนิกของเรา เพื่อที่เราจะได้ใช้ชีวิตอยู่อย่างผาสุก
และอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขภายใต้ความปรองดองระหว่างกัน การให้อภัยต่อกัน
ความเกรงใจกันในบางครั้งที่เราต้องละเมิด หรือแสดงออกถึงการเอาเปรียบกัน
ในบางเรื่อง เช่นกัน ในสังคมชุมชนระหว่างประเทศ ความเป็นเพื่อนบ้าน แม้จะมีลัทธิการปกครองที่แตกต่างกัน
ความเป็นเพื่อนบ้านกัน จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องดูแลกันเป็นพิเศษ การทะเลาะเบาะแว้งกับเพื่อนบ้าง
การสร้างความร้าวฉานกับเพื่อนบ้าน คืออันตรายที่จะนำพาความเดือดร้อนให้กับเรา
เป็นความเดือดร้อนที่เราพึงหลีกเลี่ยง
เพื่อที่เราจะได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยความร่มเย็นเป็นสุข
ในวิถีชีวิตที่แต่ละคนอะลุ้มอล่วย เกรงใจกัน ปรองดองกัน
ในบางครั้งอาจเกิดความระหองระแหงต่อกัน แต่เราสามารถไกล่เกลี่ยด้วยความพอใจของทุกฝ่ายได้เป็นอย่างดี
แต่สำหรับเพื่อนบ้านที่จ้องที่จะเอารัดเอาเปรียบต่อกัน
มุ่งแต่จะกอบโกยผลประโยชน์ของตนเอง เพียงเพื่อให้คนในบ้านนั้นได้รับประโยชน์สูงสุดมากกว่าคนอื่นๆ
เพียงเพราะเขาควบคุมกลไกการใช้อำนาจตัดสินใจในชุมชนของเขา เพื่อนบ้านอย่างนี้ เราต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมในเนื้อหาและสาระที่เราจะตรวจสอบการกระทำของเพื่อนบ้านคนนั้น
ท่านทั้งหลาย
จากข่าวสารในรอบสัปดาห์
จะเห็นถึงการป่าวประกาศของยักษ์ใหญ่มหาอำนาจ ที่กระทำตนเป็นตำรวจโลก
ใช้สื่อสารมวลชนเพื่อที่จะแสดงให้กับสังคมชุมชนโลก
พิจารณาไตร่ตรองถึงการเดินทางมายังประเทศไทย เนื่องจากมีการตรวจพบว่า บุคคลกลุ่มหนึ่งกำลังจะใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งพังพิง
หรือแสดงออกถึงการก่อเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้นในประเทศไทย
แต่หากย้อนรอยกลับไปถึงความชอกช้ำใจของกลุ่มชนอีกกลุ่มชนหนึ่งที่ถูกละเมิดอธิปไตย
หรือลิดรอนสิทธิของพวกเขา เช่น “ชนชาติปาเลสไตน์” ที่ต้องทนทุกขเวทนา
จากการเรียกร้องเอกราชของเขา ทั้งที่มหาอำนาจดูเหมือนจะจริงจังกับการเรียกร้องสิทธิมนุษยชน
แต่สำหรับ ชนปาเลสไตน์
พวกเขาถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน
เพียงเพราะการเรียกร้องอิสรภาพของพวกเขาจากการกระทำของชนชาติอิสราเอล
เป็นการตบหน้ายักษ์ใหญ่ที่มุ่งแสวงหาผลประโยชน์อย่างเต็มที่บนความจำกัดของทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะน้ำมันดิบในประเทศตะวันออกกลาง
จะเห็นว่า ความทุกขเวทนาของ ชาวปาเลสไตน์
หาใช่แนวทางแห่งการประกาศสิทธิมนุษยชนของยักษ์ใหญ่ แต่เมื่อใดที่ชาวปาเลสไตน์ หรือชนชาติอาหรับบางกลุ่ม
แสดงออกถึงการแก้แค้น การทวงสิทธิของพวกเขา
กลับถูกตอกย้ำว่าเขาเหล่านั้นกำลังกระทำตนเป็น “ผู้ก่อการร้าย”
โดยเฉพาะมุสลิมชนกลุ่มน้อยในประเทศต่างๆ
ที่เรียกร้องสิทธิอันเป็นสิ่งอันพึงมีพึงได้และสิทธิที่พวกเขาได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย
หรือรัฐธรรมนูญของรัฐ ที่พวกเขาสามารถแสดงออกได้อย่างเหมาะสม
หลายๆ
ครั้ง มุสลิมตัวเล็กๆ ดิ้นรนร้องทุกข์ เพื่อแสดงออกถึงความมีสิทธิ
เสรีภาพที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายของบ้านเมือง กลับถูกตราหน้าจากทางสังคมหรือแม้แต่พี่น้องมุสลิมเองกลับเดียดฉันท์
หรือติฉินนินทาให้ร้ายป้ายสี ทั้งๆ ที่ เขาทำเพื่อสังคมโดยรวมหาใช่ความสบายอกสบายใจของเขาเหล่านั้น
บทบาทผู้ก่อการร้าย จึงเป็นประเด็นที่คนส่วนใหญ่สนใจในการแสดงออกของกลุ่มมุสลิมกลุ่มเล็กๆ
เช่นเดียวกับกลุ่มชนเหล่านั้นถูกจับตามองการเคลื่อนไหวในสถานที่ต่างๆ
โดยลืมมองถึงความชอกช้ำและการดิ้นรนต่อสู้เพื่อให้เขาเหล่านั้นได้มีทางออกต่อการดำเนินชีวิต
มีทางออกที่สังคมโดยรวมจะให้การยอมรับและได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย
ในบางครั้งผลประโยชน์มากมายของยักษ์ใหญ่ ถูกครอบงำในเชิงการบริหารกิจการจากชนชาติ
“ยิว” หรืออีกนัยหนึ่ง กลุ่มชนที่สืบเชื้อสายจากชนชาติ “อิสราเอล” จะเห็นว่า การขับเคลื่อนในทางเศรษฐกิจของยักษ์ใหญ่ การดำเนินธุรกิจมหาชนมากกว่าร้อยละ
80 ของทุนมหาชนของยักษ์ใหญ่ ที่กระจายไปทั่วโลก ทั้งสินค้าและบริการ ถูกขับเคลื่อนด้วยชนชาติดังกล่าว การดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจ การค้าขาย และความมั่นคงทางการทหาร
ซึ่งรวมถึงอาวุธสงคราม
ถูกกำหนดนโยบายจากกลุ่มทุนทางเศรษฐกิจที่มีอิทธิพลก้าวล่วงทั้งในเชิงการเมืองและการคทหารที่ครอบงำการตัดสินใจบนตัวแทนที่ทำหน้าที่ทางการบริหารและนิติบัญญัติผ่านกระบวนการทางรัฐสภาของยักษ์ใหญ่มหาอำนาจ
กระนั้นก็ตามนโยบายในการบริหารประเทศและบริหารโลกก็ถูกจำกัดเพียงกลุ่ม “ยิว”
ไม่กีกลุ่มที่ขับเคลื่อนกลุ่มทุนของตนผ่านตัวแทนทางพรรคการเมืองที่หมุนเวียนกันเข้ามาบริหารประเทศ
แสวงหาประโยชน์สูงสุดบนทรัพยาการธรรมชาติอันจำกัดในดินแดนต่างๆ ทั่วทั้งโลก
โดยที่การละเมิดเกิดขึ้นภายใต้แนวทางกำจัดคนที่ไม่เห็นด้วย เห็นแย้ง ไม่ก้มหัวให้
โดยมุ่งมั่นเพียงประโยชน์สูงสุดที่กลุ่มเขาเหล่านั้นมีความต้องการ จะเห็นได้จากการสร้างสถานการณ์เพื่อกำจัดผู้นำจนทำลายชนทั้งชาติทำนอง
“เผาบ้านเพื่อกำจัดหนูเพียงตัวเดียว” เช่นเหตุกการณ์ในอิรัก
เป็นการแสดงออกถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชน
โดยทาสีว่าเป็นการกำจัดระเบิดนิวเคลียร์เพราะมีสายข่าวรายงานถึงการละเมิดที่จะใช้ระเบิดนิวเคลียร์ทำลายล้างชนชาติ
“ยิว” หรืออีกนัยหนึ่ง ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของยักษ์ใหญ่มหาอำนาจ แต่ในที่สุดเมื่อกำจัด “ซัดดัม ฮุสเซ็น” แล้ว
กลับไม่สามารถนำอาวุธนิวเคลียร์มายืนยันได้แม้แต่ลูกเดียว โดยที่ความเสียหายทั้งหลายเกิดแต่ชนชาติอิรักทั้งปวง
ซึ่งต้องใช้เวลาในการบูรณาการอีกชั่วอายุคน จะเห็นว่าแนวทางในแก้ไขปัญหาต่างๆ
บนสังคมชุมชนโลกถูกจัดการภายใต้แรงบันดาลใจของยักษ์ใหญ่มหาอำนาจนั้น บนกรอบแนวคิดของผู้ก่อการร้าย
จึงเป็นตัวแบบที่ใช้กันโดยแพร่หลายในโลกปัจจุบัน
บทบาทการดำเนินแนวคิดที่มุ่งมั่นรักษาผลประโยชน์ในกลุ่มพวกของตนเพียงด้านเดียวโดยลืมมองคุณค่าในความเป็นมนุษย์ของชนชาติอื่น
โดยมีฉากบังหน้าในการรักษาสิทธิมนุษยชน เช่นนี้ มีมาเป็นเวลายาวนาน
จากำเนิดของชนชาติยิว และจากโองการ จากอัลกุรอ่าน ซูเราะห์อาลิอิมรอน Al-Qur'an,
003.019-021 (Aal-E-Imran [The Family of Imran]) ความว่า

003.019 إِنَّ الدِّينَ عِنْدَ اللَّهِ الإسْلامُ وَمَا اخْتَلَفَ الَّذِينَ أُوتُوا الْكِتَابَ إِلا مِنْ بَعْدِ مَا جَاءَهُمُ الْعِلْمُ بَغْيًا بَيْنَهُمْ وَمَنْ يَكْفُرْ بِآيَاتِ اللَّهِ فَإِنَّ اللَّهَ سَرِيعُ الْحِسَابِ
003.019
The Religion before Allah is Islam (submission to His Will): Nor did the People
of the Book dissent therefrom except through envy of each other, after
knowledge had come to them. But if any deny the Signs of Allah, Allah is swift
in calling to account.
19. แท้จริงศาสนา
ณ อัลลอฮ์นั้นคือ อัลอิสลาม(หมายถึงศาสนาแห่งการเชื่อฟัง
และปฏิบัติตามโดยปราศจากการจัดแย้ง) และบรรดาผู้ที่ได้รับคัมภีร์
(หมายถึง ยิวและคริสต์) มิได้ขัดแย้งกันนอกจากหลังจากที่ได้รับความรู้
(หมายถึงความรู้จากอัลกุรอาน ที่ท่านนะบีนำมา)มายังพวกเขาเท่านั้น
ทั้งนี้เนื่องจากความอิจฉาริษยาระหว่างพวกเขา (คืออิจฉาริษยาพวกเขากันเองที่ยอมรับความจริง
และศรัทธาต่อท่านนะบี)เอง และผู้ใดปฏิเสธศรัทธาต่อบรรดาโองการของอัลลอฮ์แล้วไซร้แน่นอนอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงรวดเร็วในการชำระ
003.020 فَإِنْ حَاجُّوكَ فَقُلْ أَسْلَمْتُ وَجْهِيَ لِلَّهِ وَمَنِ اتَّبَعَنِ وَقُلْ لِلَّذِينَ أُوتُوا الْكِتَابَ وَالأمِّيِّينَ أَأَسْلَمْتُمْ فَإِنْ أَسْلَمُوا فَقَدِ اهْتَدَوْا وَإِنْ تَوَلَّوْا فَإِنَّمَا عَلَيْكَ الْبَلاغُ وَاللَّهُ بَصِيرٌ بِالْعِبَادِ
003.020
So if they dispute with thee, say: "I have submitted My whole self to
Allah and so have those who follow me." And say to the People of the Book
and to those who are unlearned: "Do ye (also) submit yourselves?" If
they do, they are in right guidance, but if they turn back, Thy duty is to
convey the Message; and in Allah's sight are (all) His servants.
20. แล้วหากพวกเขาโต้แย้งเจ้า
ก็จงกล่าวเถิดว่าฉันได้มอบใบหน้า (ร่างกาย) ของฉัน (หมายถึงร่างกายทั้งหมดด้วยชาวอาหรับถือว่าใบหน้าเป็นส่วนสำคัญของร่างกายเมื่อระบุถึงใบหน้าจึงหมายถึงร่างกายทั้งหมดด้วย1)
แด่อัลลอฮ์แล้ว และผู้ที่ปฏิบัติตามฉัน(ก็มอบ)
ด้วยและเจ้าจงกล่าวแก่บรรดาผู้ที่ได้รับคัมภีร์ และบรรดาผู้ที่เขียนอ่านไม่เป็น (คือพวกมุชริกีนมักกะฮ์)
ว่า พวกท่านมอบ (ใบหน้าแด่อัลลอฮ์) แล้วหรือ? ถ้าหากพวกเขาได้มอบแล้วแน่นอนพวกเขาก็ได้รับแล้ว
ซึ่งแนวทางอันถูกต้อง และถ้าหากพวกเขาผินหลังให้ แท้จริงหน้าที่ของเจ้านั้นเพียงการประกาศให้ทราบเท่านั้น
(คือไม่มีหน้าที่บังคับให้ใครศรัทธา) และอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงเห็นปวงบ่าวทั้งหลาย
003.021 إِنَّ الَّذِينَ يَكْفُرُونَ بِآيَاتِ اللَّهِ وَيَقْتُلُونَ النَّبِيِّينَ بِغَيْرِ حَقٍّ وَيَقْتُلُونَ الَّذِينَ يَأْمُرُونَ بِالْقِسْطِ مِنَ النَّاسِ فَبَشِّرْهُمْ بِعَذَابٍ أَلِيمٍ
003.021
As to those who deny the Signs of Allah and in defiance of right, slay the
prophets, and slay those who teach just dealing with mankind, announce to them
a grievous penalty.
21. แท้จริงบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา
(หมายถึงชาวยิว) ต่อโองการทั้งหลายของอัลลอฮ์ และฆ่าบรรดานะบีโดยปราศจากความเป็นธรรม
และฆ่าบรรดาผู้ที่ใช้ให้มีความยุติธรรม จากหมู่ประชาชนนั้น (คือ
ฆ่าประชาชนที่เรียกร้องให้มีความยุติธรรม) เจ้า (มุฮัมมัด)
จงแจ้งข่าวดี (การแจ้งข่าวลงโทษด้วยคำว่า “ข่าวดี” นั้นเป็นการปรามที่รุนแรงยิ่งแก่ ผู้ที่ดื้อดัน) แก่พวกเขาเถิด
ด้วยการลงโทษอันเจ็บแสบ

จากโองการที่ได้หยิบยกมาข้างต้น
จะเห็นได้ว่า ผลประโยชน์ของ “ยิว”
ที่เขาปกปักรักษาเป็นสิ่งที่สร้างสมกันเป็นวัฒนธรรมของชนชาติ
ความป่าเถื่อนในอดีตสั่งสมให้เห็นถึงความเลวร้ายในปัจจุบันที่ดำเนินต่อมาให้ดูเหมือนเขาใจดีมีเมตตา
แต่แท้ที่จริง เขาทำเพื่อประโยชน์ในกลุ่มของตนพวกพ้องของตนโดยมองข้ามคุณค่าใมนความเป็นมนุษย์ในชนชาติอื่นๆ
การมุ่งมั่นเป็นปฏิปักษ์กับท่านศาสดา (ซ.ล.)
เพียงเพื่อรักษาคัมภีร์หรือพันธะสัญญาเดิมในอดีตให้คงอยู่
เป็นการบ่งบอกให้เห็นถึงความเห็นแก่ตัวและความอหังกาที่ท้าทายพระบัญชาของอัลลอฮ์
(ซ.บ.) และแน่นอนว่าในไม่ช้าชนชาติที่มุ่งเอารัดเอาเปรียบต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันนั้น
จะต้องถูทดสอบและถูกท้าทายตามความประสงค์ของพระองค์
ท่านทั้งหลาย
ความเพียงพอ
ความพอดี และการรักษาคุณค่าในเชิงวัฒนธรรม เป็นแนวทางสากลที่ทำให้คนเรามีความสุข
หาใช่การแสวงหาประโยชน์เฉพาะของตนเองโดยมองข้ามความสำคัญของคนอื่น
การดูแลและพึ่งพาอาศัยกันในชุมชนทำให้สังคมน่าอยู่ การมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข
คือความต้องการของทุกๆ คนในสังคม ดังนั้น สังคมที่เป็นสุข เป้นสังคมที่ทุกๆ
คนในสังคมอยู่กันอย่างราบรื่น ปกป้องและคุ้มครองกันไม่เอารัดเอาเปรียบกัน เห็นอกเห็นใจกัน
ไม่เกิดความเหลื่อมล้ำกัน ดูแลและโอบอ้อมอารีซึ่งกันและกัน ไม่หวาดระแวงกัน
สังคมเช่นนี้เป็นสังคมแห่งอุดมคติ ที่หาได้ยากในปัจจุบัน ดังนั้น หากเราดูแลซึ่งกันและกัน
ไม่เอาเปรียบกัน เช่นนี้ ทุกคนในสังคมจะอยู่กันอย่างมีความสุข
ขอให้พิจารณาอัลฮาดีส ความว่า
Truly of those devoted to Me the one I most
favour is a believer who is of meagre means and much given to prayer, who has
been particular in the worship of his Lord and has obeyed Him inwardly, who was
obscure among people and not pointed our, and whose sustenance was just
sufficient to provide for him yet he bore this patiently. Then the Prophet (pbuh) rapped his hand and
said: Death will have come early to him, his mourners will have been few, his estate scant. Source: Hadith Qudsi 26

ท่านทั้งหลาย
ทุกคนมีเวลาเท่ากัน
ทุกคนมีลมหายใจเช่นเดียวกัน
การดำเนินชีวิตมีความต้องการในปัจจัยสี่ที่ไม่แตกต่างกัน ดังนั้น การที่คนๆ
หนึ่งสามารถดำเนินชีวิตไปได้ด้วยความพอเพียง และทุกคนในสังคมรู้จักที่จะแบ่งปันกัน
เกื้อกูลกัน เช่นนี้ทุกคนมีความสุข แต่ชุมชนใดที่ขาดซ฿งความรักความปรองดองกัน
ไม่สามัคคีกัน มุ่งมั่นที่จะแสวงหาความสุขบนความทุกข์ของคนอื่นแล้ว
แน่นอนในไม่ช้าสังคมนั้นต้องดำเนินไปด้วยความหวาดระแวง
บ้านที่อยู่ใกล้กันขาดความไว้วางใจกัน
สังคมอย่างนี้ในไม่ช้าคงพบจุดจบแห่งความหายนะ และคนที่เอาเปรียบคนอื่นๆ
อยู่ตลอดเวลา คนๆ นั้น ไม่สามารถอยู่รอดปลอดภัยอย่างมีความสุขได้
เช่นเดียวกับสังคมชุมชนโลก ความหลากหลาย ความซับซ้อนของปัญหา
ตลอดจนแนวทางในการแก้ไขปัญหา แต่หากทุกๆ สังคมมองเห็นคุณค่าและความสำคัญแม้ในชนกลุ่มน้อยที่ต้องการความช่วยเหลือ
แน่นอนว่า เราทุกคนต้องช่วยกันดูแล เกื้อกูลกัน
แล้วความผาสุกย่อมเกิดขึ้นในทุกสังคม


إِنَّ اللَّهَ وَمَلائِكَتَهُ يُصَلُّونَ عَلَى النَّبِيِّ يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا صَلُّوا عَلَيْهِ وَسَلِّمُوا تَسْلِيمًا
رَبَّنَا آتِنَا فِي الدُّنْيَا حَسَنَةً وَفِي الآخِرَةِ حَسَنَةً وَقِنَا عَذَابَ النَّارِ
إِنَّ اللَّهَ يَأْمُرُ بِالْعَدْلِ وَالإحْسَانِ وَإِيتَاءِ ذِي الْقُرْبَى وَيَنْهَى عَنِ الْفَحْشَاءِ وَالْمُنْكَرِ وَالْبَغْيِ يَعِظُكُمْ لَعَلَّكُمْ تَذَكَّرُونَ
سُبْحَانَ رَبِّكَ رَبِّ الْعِزَّةِ عَمَّا يَصِفُونَ
وَسَلامٌ عَلَى الْمُرْسَلِينَ
وَالْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ
วัสสลาม
มูฮำหมัด สันประเสริฐ
26
ซอฟัร 1433

อ้างอิง
อัลกุรอ่านฉบับภาษาไทย
สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ดำเนินการจัดพิมพ์โดยกระทรวงกิจการฮัจย์
แห่งราชอาณาจักรซาอุดิอาเบีย , www.DivineIslam.com
อัลฮาดีซ :
Hadith of The Day V 1.0 Freeware by FaridAnasri avater@muslimonline.com www.beconvinced.com

วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2555

ความผิดพลาดครั้งใหญ่ จากความสนุกในช่วงเทศกาลรื่นเริง เป็นความทุกข์ที่ได้รับในวันแห่งการตอบแทน

มิมบัรออนไลน์


คุตบะห์วันศุกร์ 26 ซอฟัร 1433 (วันศุกร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2555)


ความผิดพลาดครั้งใหญ่ จากความสนุกในช่วงเทศกาลรื่นเริง เป็นความทุกข์ที่ได้รับในวันแห่งการตอบแทน



الْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ


هُوَ الَّذِي أَرْسَلَ رَسُولَهُ بِالْهُدَى وَدِينِ الْحَقِّ لِيُظْهِرَهُ عَلَى الدِّينِ كُلِّهِ وَكَفَى بِاللَّهِ شَهِيدًا


الزَّانِيَةُ وَالزَّانِي فَاجْلِدُوا كُلَّ وَاحِدٍ مِنْهُمَا مِائَةَ جَلْدَةٍ وَلا تَأْخُذْكُمْ بِهِمَا رَأْفَةٌ فِي دِينِ اللَّهِ إِنْ كُنْتُمْ تُؤْمِنُونَ بِاللَّهِ وَالْيَوْمِ الآخِرِ وَلْيَشْهَدْ عَذَابَهُمَا طَائِفَةٌ مِنَ الْمُؤْمِنِينَ


الزَّانِي لا يَنْكِحُ إلا زَانِيَةً أَوْ مُشْرِكَةً وَالزَّانِيَةُ لا يَنْكِحُهَا إِلا زَانٍ أَوْ مُشْرِكٌ وَحُرِّمَ ذَلِكَ عَلَى الْمُؤْمِنِينَ



ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย


ทุกเหตุการณ์ที่ผ่านพ้นไป เราได้เก็บเกี่ยวหรือได้แง่คิดในการปฏิบัติตนของเราบ้างหรือไม่ จะเห็นว่า สังคมปัจจุบัน มีความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เลวร้ายมากขึ้น โดยเฉพาะบรรดาเยาวชน ลูกหลานของเราที่อยู่ในวัยเรียนต่างกระทำการตามตัวอย่างกัน โดยไม่แยกแยะระหว่างคุณค่าความดีงามกับความเสื่อมโทรมทางศีลธรรม การทำตามกันในเรื่องที่ดีงาม เป็นสิ่งที่ควรได้รับการชื่นชม แต่สำหรับการกระทำการตามกันในเรื่องที่น่ารังเกียจ ลามก นั้น เป็นสิ่งที่ต้องว่ากล่าวตักเตือน เพื่อให้หยุดการกระทำดังกล่าวนั้น และไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับคนรุ่นใหม่ที่จะรื้อฟื้นกระทำการตามๆ กัน ไป เกิดความเสียหายในภาพรวม ดังนั้น จึงขอเตือนตนเองและท่านทั้งหลาย จงพิจารณาถึงผลเสียที่อาจเกิดขึ้นกับเยาวชนของเรา สังคมของเรา หากสิ่งเหล่านี้บังเกิดขึ้นในหมู่ชนผู้ศรัทธา ซึ่งมุ่งมั่นแสวงหาความโปรดปราณจากพระองค์ แต่ในขณะเดียวกันการควบคุมเอาใจใส่ ดูแลเด็กในปกครองของเราเราทำได้ทั่วถึงหรือไม่ เราละเลย หรือบกพร่องต่อการทำหน้าที่ผู้ปกครองผู้ที่จะหยิบยื่นหรือสื่อถึงสิ่งที่เราควรจะมองและให้ความสำคัญต่อการปฏิบัติตนของบรรดาเยาวชนเหล่านั้น ในการดำเนินชีวิตของเขา ทำอย่างไรที่จะทำให้เด็กๆ ผู้บริสุทธิ์อยู่ในแนวทางและปฏิบัติตนในกรอบแห่งศีลธรรมจรรยา ไม่หลงระเริงไปกับสิ่งเย้ายวน ความสนุกสนานในกลุ่มเด็กๆ ด้วยกันที่มีอิสรเสรีที่จะกระทำการใดๆ ตามอารมณ์ ความอยากสนุกสนานในกลุ่มของตนเอง จนลืมวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของสังคมและศาสนาอันเป็นที่รักยิ่งของเรา โดยมองข้ามผลกระทบและความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการะทำเพียงมุ่งเน้นความสนุกสนานตามอารมณ์ แล้วที่สุด ความตกต่ำที่เกิดขึ้น ใครต้องรับผิดชอบ ดังนั้น ในแง่มุมของผู้ศรัทธา จงพิจารณาถึงการหาทางป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้น การปกป้องบรรดาเยาวชน ลูกหลานของเราให้ออกห่างไกลต่อบรรดาการกระทำที่จะส่งผลให้เกิดความเสียหาที่จะเกิดขึ้น อย่างน้อยที่สุด ผู้ปกครองต้องเป็นหลัก เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับการประพฤติปฏิบัติตนแก่เขาเหล่านั้น ต่อไป


ท่านทั้งหลาย


ความเสื่อมโทรมเกี่ยวกับการปฏิบัติตนของเด็กๆ และเยาวชนในปัจจุบัน ส่วนหนึ่งเป็นผลอันสืบเนื่องมาจากการปล่อยปละละเลยไม่เอาใจใส่ หรือมองข้ามความสำคัญของบรรดาผู้ปกครอง การที่เราปล่อยให้โอกาสที่ดีในการที่จะตักเตือนกันในครอบครัวแม้ในเรื่องที่เล็กๆ น้อย เช่น การรับประทานอาหารร่วมกันของคนในครอบครัว การอบรมสั่งสอนแก่บรรดาเด็กๆ และเยาวชนที่กำลังเจริญเติบโตมิให้หลงใหลหรือเพลิดเพลินกับกระแสที่ระบาดกันอย่างแพร่หลายในกลุ่มเยาวชน สิ่งเหล่านี้บรรดาผู้ใหญ่ต้องตามกระแสให้ทัน เพื่อปกป้องและป้องกันมิให้เด็กๆ เหล่านั้นเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกระแสและเดินตามรอยเท้าแห่งความยั่วยวนใจที่มาพร้อมกับค่านิยมในสังคมแห่งความสนุกสนานตามอารมณ์ปรารถนา แล้วความเสียใจที่เกิดขึ้น มั่นติดอยู่ในใจอย่างยาวนานตราบชั่วชีวิตของเรา


การล่วงละเมิดประเวณี “ซินา” เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ทุกวันตามหน้าหนังสือพิมพ์ “ซินา” เกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ ทั้งสิ่งเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เรามองข้าม ไปจนถึงสิ่งที่เป็นสิ่งที่เลวร้ายไม่สามารถแก้ไขได้ เยาวชนของเราจึงตกเป็นเหยื่ออันโอชะของบรรดามารร้ายที่มาล่อลวงหลอกล่อ และก้าวข้ามเข้าไปในเรื่องราวเหล่านั้น เด็กๆ มักจะชอบทำตามบรรดาคนดัง บรรดาดาราที่มีชื่อเสียง ในเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะบรรดาเด็กวัยรุ่น ที่มักชื่นชอบและหลงใหลได้ปลื้ม ไปกับสิ่งต่างๆ เหล่านี้ การดำเนินชีวิตตามคนดัง การก้าวผิดพลาดจนถึงขั้นการตั้งครรภ์นอกสมรส รวมถึงการจัดพิธีแต่งานทั้งๆ ที่เจ้าสาวตั้งครรภ์ได้ระยะเวลาหนึ่งแล้ว ซึ่งสิ่งเหล่านี้หากพิจารณาตามหลักการทางศาสนาอิสลาม หรือในทางความเชื่อทางศาสนาอื่นๆ รวมถึงวัฒนธรรมไทย แล้ว ล้วนเป็นสิ่งที่ผิดจารีตประเพณีวัฒนธรรมอันดีงาม แม้บรรดาเขาเหล่านั้นจะมองข้ามโดยอ้างว่าเป็นเพียงกระบวนการทางประเพณีหรือ เป็นเพียงวิธีการหนึ่งๆ ที่สังคมยอมรับ แต่เขาเหล่านั้น กระทำการในแบบวิธีเฉกเช่นเดียวกับสัตว์ที่ถึงเวลาหรือฤดูกาลที่จะผสมพันธุ์เพื่อความอยู่รอดของตระกูลสัตว์เหล่านั้นแล้ว เช่นนี้คุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ คุณค่าที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด เป็นสิ่งที่จำแนกให้เห็นถึงสิ่งที่แตกต่างกันระหว่างสิ่งมีชีวิตอื่นๆ กับมนุษย์ แนวความคิดแบบสังคมตะวันตก ที่นิยมวิธีการ “อยู่กินก่อนแต่ง” เป็นแนวคิดที่แตกต่างจากวัฒนธรรมไทย และวัฒนธรรมอิสลามอย่างสิ้นเชิง วิธีการดังกล่าว บ่งบอกให้เห็นถึงความเหมือนกันระหว่างสัตว์กับมนุษย์ในการดำเนินวิถีชีวิตแห่งการแพร่พันธุ์ ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับมนุษย์ที่มีสติปัญญา คุณค่า และเกียรติยศ ที่สัตว์ไม่มี ขอให้เราทั้งหลาย จงพิจารณาโองการจากอัลกุรอ่านซูเราะห์ อันนูร Al-Qur'an, 024.002-003 (An-Noor [The Light]) ความว่า


024.002 الزَّانِيَةُ وَالزَّانِي فَاجْلِدُوا كُلَّ وَاحِدٍ مِنْهُمَا مِائَةَ جَلْدَةٍ وَلا تَأْخُذْكُمْ بِهِمَا رَأْفَةٌ فِي دِينِ اللَّهِ إِنْ كُنْتُمْ تُؤْمِنُونَ بِاللَّهِ وَالْيَوْمِ الآخِرِ وَلْيَشْهَدْ عَذَابَهُمَا طَائِفَةٌ مِنَ الْمُؤْمِنِينَ


024.002 The woman and the man guilty of adultery or fornication,- flog each of them with a hundred stripes: Let not compassion move you in their case, in a matter prescribed by Allah, if ye believe in Allah and the Last Day: and let a party of the Believers witness their punishment.


2. หญิงมีชู้และชายมีชู้ พวกเจ้าจงโบยแต่ละคนในสองคนนั้นคนละหนึ่งร้อยที (สิ่งที่เราบัญญัติแก่พวกเจ้าคือ ให้โบยพวกทำชู้ (ทำซินา) ที่ยังมิได้แต่งงาน (หรือชายโสด หญิงโสด) คนละหนึ่งร้อยที เป็นการลงโทษแก่เขาทั้งสองที่กระทำอาชญากรรมที่น่ารังเกียจ) และอย่าให้ความสงสารยับยั้งการกระทำของพวกเจ้าต่อคนทั้งสองนั้น ในบัญญัติของอัลลอฮฺเป็นอันขาด (คืออย่าให้ความสงสารและความเมตตาระงับการกระทำของพวกเจ้าในบัญญัติของอัลลอฮฺ คือโบยแต่เพียงเบา ๆ หรือลดจำนวนโบย พวกเจ้าจงโบยให้เจ็บจริงๆ) หากพวกเจ้าศรัทธาต่ออัลลอฮฺและวันปรโลก และจงให้กลุ่มหนึ่งของบรรดาผู้ศรัทธาเป็นพยานในการลงโทษเขาทั้งสอง (การเป็นพยานในการลงโทษนั้นนับได้ว่าเป็นการประจาน เพื่อให้เป็นแบบฉบับและเป็นที่เข็ดหลาบ สาเหตุของการประทานโองการนี้คือ มีรายงานว่า สตรีผู้หนึ่งชื่อ อุมมุมะฮ์ซูล" ซึ่งเป็นโสเภณี เธอจะร่วมประเวณีกับผู้ชายโดยตั้งเงื่อนไขว่า เธอจะเป็นผู้จ่ายเงินให้เขา ชายมุสลิมคนหนึ่งประสงค์จะแต่งงานกับเธอ เขาจึงได้ไปแจ้งต่อท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม อัลลอฮฺจึงได้ประทานโองการนี้ลงมาว่า)


024.003 الزَّانِي لا يَنْكِحُ إلا زَانِيَةً أَوْ مُشْرِكَةً وَالزَّانِيَةُ لا يَنْكِحُهَا إِلا زَانٍ أَوْ مُشْرِكٌ وَحُرِّمَ ذَلِكَ عَلَى الْمُؤْمِنِينَ


024.003 Let no man guilty of adultery or fornication marry and but a woman similarly guilty, or an Unbeliever: nor let any but such a man or an Unbeliever marry such a woman: to the Believers such a thing is forbidden.


3. ชายมีชู้จะไม่สมรสกับใคร นอกจากกับหญิงมีชู้หรือหญิงมุชริกะฮ์ และหญิงมีชู้จะไม่มีใครสมรสกับเธอ นอกจากกับชายมีชู้หรือชายมุชริก (ชายมีชู้และหญิงมีชู้ ไม่เหมาะสมที่จะสมรสกับหญิงบริสุทธิ์ที่มีเกียรติ แต่จะสมรสกับผู้ที่มีสภาพเดียวกันหรือเลวกว่า หรือมุชริกะฮ์หรือมุชริก คือผู้ที่ตั้งภาคีหรือคนกาฟิรนั่นเอง) และ (การมีชู้) เช่นนั้นเป็นที่ต้องห้ามแก่บรรดาผู้ศรัทธา


ท่านทั้งหลาย


ไม่ว่าท่านจะมีตำแหน่งทางสังคมในระดับใดก็ตาม คุณค่า เกียรติยศ เป็นสิ่งที่กำหนดกรอบ กติกาแห่งสังคมนั้น ท่านจะดำรงรักษามันไว้อย่างไร อยู่ที่ท่านจะกำหนดขอบเขต คุณค่า ความสูงส่งของมัน ด้วยกรอบแห่งวัฒนธรรม ประเพณีและศาสนาเป็นที่ตั้ง เป็นที่ปกคลุม ตนเองให้ออกห่างไกลจากความเลวร้าย ความยากแห่งตัณหา ความปรารถนาที่เป็นเส้นแบ่งแยกความแตกต่างกันระหว่างสัตว์และมนุษย์ กระนั้นก็ตาม วันนี้ท่านอยู่ในจุดใดของสังคม นักการเมือง นักแสดง นักการศาสนา ผู้นำ หรือบุคคลธรรมดา หากเมื่อใดท่านมีความบกพร่องในทางศีลธรรม โดยเฉพาะเรื่องราวทางเพศ “ซินา” ความตกต่ำจะพานพบกับชีวิตของท่าน เราได้เห็นตัวอย่างมากมาย เช่น นักการเมืองที่นิยมชมชอบการทำ “ซินา” กับเด็กวัยรุ่น บทลงโทษ คือการถูกจำคุกตลอดชีวิต แม้ในเรื่องราวเดียวกันเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในหมู่นักแสดงหรือนักการเมืองรุ่นใหม่ เช่น ค่านิยมที่ “ท้องก่อนแต่ง” หรือ “คลอดก่อนกำหนด” ของนักแสดงหลายๆ ท่าน ในปัจจุบัน แม้บทลงโทษในทางสังคมไม่มี และยังมีผู้นิยมชมชอบกันที่เป็นค่านิยมแฝงในปัจจุบัน ของคนในสังคม แต่บทลงโทษสำหรับพระองค์ในวันแห่งการตัดสิน เป็นสิ่งที่ประองค์ทรงประกันและให้ความสำคัญต่อการลงโทษกับบรรดาผู้กระทำความผิดในเรื่องราวเหล่านี้ ดังนั้น หากเราอยากใกล้ชิดพระองค์ สัญญาที่มีต่อพระองค์ในการดำเนินชีวิตในแนวทางอันเที่ยงตรง แสวงหาความโปรดปราณจากพระองค์แล้ว เราพึงต้องดำเนินการให้ตัวของเราและเด็กๆ ในปกครองของเรา ออกห่างไกลจากสิ่งเหล่านี้ พร้อมทั้งสร้างเกราะกำบัง สร้างตัวอย่างที่ดี อบรมสั่งสอนบรรดาเยาวชนของเราให้ออกห่างไกลต่อเรื่องราวเหล่านี้ แล้วเราจะประสบความจำเริญในพระประสงค์ของพระองค์ สุดท้ายนี้ ขอให้เราทั้งหลายพิจารณาพระวจนะของท่านศาสนา ความว่า


There are three whose adversary I shall be on the Day of Resurrection: a man who has given his word by Me and has broken it; a man who has sold a free man and has consumed the price; and a man who has hired a workman, has exacted his due in full from him and has not given him his wage.


Source: Hadith Qudsi 21


หากเรามุ่งมั่นในรางวัลและผลตอบแทนที่ล้ำค่าแล้ว ในการดำเนินชีวิตของเรา ในเรื่องราวที่เล็กๆ น้อยๆ เป็นสิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญเพราะทุกๆ การกระทำของเรา จะเป็นประจักษ์พยานใจนวันแห่งการตัดสิน วันนี้ เราอาจชื่นชมและให้ความสำคัญต่อภารกิจที่เราได้รับมอบหมาย แต่ถ้าเรามองข้ามหรือปล่อยปละละเลยการทำหน้าที่ของเราแม้เพียงเล็กๆ น้อยๆ แต่สิ่งนั้นเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินชีวิตของเราทั้งในวันนี้และวันแห่งการตัดสินแล้ว เราต้องไม่มองข้ามในเรื่องราวที่เล็กๆ น้อยๆ เหล่านั้น ดังนั้น การดำเนินชีวิตปัจจุบันของเราก็เช่นเดียวกัน เราอาจมองข้ามความสำคัญในการกระทำตัวอย่างที่ดีกับบรรดาเด็กๆ เหล่านั้น เราให้ความสำคัญกับคนดัง คนที่เป็นตัวอย่างเลวๆ กับเด็กๆ เหล่านั้น แล้วในวันแห่งการตัดสิน เราจะวางสีหน้า แววตาต่อพระองค์เช่นไร เรามีความกล้าหาญหรืออ่อนแอที่จะรับผิดชอบในบรรดาการกระทำเรื่องละเมิดต่อพระองค์ เช่นนั้นหรือ หรือเรามีสีหน้าหม่นหมองยอมรับในความผิดที่เราได้กระทำลงไป นั่นเป็นสิ่งที่เราต้องพิจารณา แต่สำหรับผู้ศรัทธาต่อพระองค์แล้ว เราต้องรับผิดชอบและยำเกรงต่อพระองค์ โดยมีทิศทางที่ชัดเจนในการดำเนินชีวิต และยึดมั่นอย่างมั่นคงต่อพระองค์ และคำสอนของท่านศาสดา นั่นคือแนวทางของผู้ที่จะได้รับชัยชนะจากพระองค์




إِنَّ اللَّهَ وَمَلائِكَتَهُ يُصَلُّونَ عَلَى النَّبِيِّ يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا صَلُّوا عَلَيْهِ وَسَلِّمُوا تَسْلِيمًا


رَبَّنَا آتِنَا فِي الدُّنْيَا حَسَنَةً وَفِي الآخِرَةِ حَسَنَةً وَقِنَا عَذَابَ النَّارِ


إِنَّ اللَّهَ يَأْمُرُ بِالْعَدْلِ وَالإحْسَانِ وَإِيتَاءِ ذِي الْقُرْبَى وَيَنْهَى عَنِ الْفَحْشَاءِ وَالْمُنْكَرِ وَالْبَغْيِ يَعِظُكُمْ لَعَلَّكُمْ تَذَكَّرُونَ


سُبْحَانَ رَبِّكَ رَبِّ الْعِزَّةِ عَمَّا يَصِفُونَ


وَسَلامٌ عَلَى الْمُرْسَلِينَ


وَالْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ


วัสสลาม


มูฮำหมัด สันประเสริฐ


26 ซอฟัร 1433



อ้างอิง


อัลกุรอ่านฉบับภาษาไทย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ดำเนินการจัดพิมพ์โดยกระทรวงกิจการฮัจย์ แห่งราชอาณาจักรซาอุดิอาเบีย , www.DivineIslam.com


อัลฮาดีซ : Hadith of The Day V 1.0 Freeware by FaridAnasri avater@muslimonline.com www.beconvinced.com