วันพุธที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ความพอเพียง คือ เป้าหมายสำคัญของการฝึกฝน อบรมตนเองตลอดเดือนรอมฎอน

มิมบัรออนไลน์


คุตบะห์วันศุกร์ 26 รอมฎอน 1432 (วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2554)


ความพอเพียง คือ เป้าหมายสำคัญของการฝึกฝน อบรมตนเองตลอดเดือนรอมฎอน



الْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ


هُوَ الَّذِي أَرْسَلَ رَسُولَهُ بِالْهُدَى وَدِينِ الْحَقِّ لِيُظْهِرَهُ عَلَى الدِّينِ كُلِّهِ وَكَفَى بِاللَّهِ شَهِيدًا


وَآتِ ذَا الْقُرْبَى حَقَّهُ وَالْمِسْكِينَ وَابْنَ السَّبِيلِ وَلا تُبَذِّرْ تَبْذِيرًا


إِنَّ الْمُبَذِّرِينَ كَانُوا إِخْوَانَ الشَّيَاطِينِ وَكَانَ الشَّيْطَانُ لِرَبِّهِ كَفُورًا



ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย


การดำเนินชีวิตในเดือนรอมฎอน เป็นการปฏิบัติตนด้วยความมุ่งมั่น มุ่งหวังภาคผลในความสำเร็จของกิจการงาน โดยมีเป้าหมายที่จะพึงเกื้อกูลต่อผู้ที่ยากจน ขัดสน ให้เข้าใจความรู้สึกของเขาเหล่านั้น ตลอดช่วงของการถือศีลอด คุณค่าและความสำคัญที่เราได้รับ เป้าหมายแห่งการทุ่มเทเอาใจใส่ต่อการกระทำของเราไม่ว่าจะเป็นการกิน การดื่ม การพูดจา การแสดงออกถึงมารยาทต่อผู้คนทั้งหลาย ด้วยความนอบน้อม ลดความหยิ่งทระนงในตนเอง แต่เพิ่มการให้ด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ เป็นการให้โดยมิได้มุ่งหวังภาคผลของการตอบแทน ขอเตือนตนเองและท่านทั้งหลาย จงพิจารณาถึงแนวทางการปฏิบัติตนตลอดช่วงเวลาของการดำเนินชีวิตในเดือนรอมฎอน นี้ นำไปปฏิบัติหรือเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตหลังจากผ่านพ้นเดือนรอมฎอนอันสำคัญยิ่ง เพื่อเพิ่มพูนความยำเกรงและเพิ่มความมุ่งมั่นในการปฏิบัติตนเพื่อให้อยู่ในแนวทางแห่งความใกล้ชิดกับพระองค์


ท่านทั้งหลาย


อีกไม่กี่วันแล้ว เดือนที่เรารอคอยและกำลังดำเนินชีวิตอยู่อย่างชุ่มชื่นหัวใจในการปฏิบัติศาสนกิจอันสำคัญยิ่ง กำลังจะผ่านพ้นไป การดำเนินชีวิตของเราจะกลับไปอยู่ในสภาพปกติ เหมือนช่วงก่อนเข้าเดือนรอมฎอน บทเรียนที่สั่งสมมาจากการปฏิบัติตนของเรานั้น เราไปแปรเปลี่ยนพฤติกรรมและความคิดของเรามากน้อยเพียงใด เราตอบสนองเป้าหมายที่แท้จริงของการถือศีลอดอย่างไรบ้าง เพราะภารกิจที่เรากำลังดำเนินไปนั้น เรากระทำเพราะเป็นเนื้องาน เป็นหน้าที่และบทบาทหนึ่งของภารกิจ ที่เราต่างทุ่มเทและให้ความสำคัญในกิจกรรมหนึ่งที่เราต้องการหรือมุ่งมั่นกระทำ แต่พอก้าวพ้นกิจกรรมดังกล่าวไปแล้ว หลายๆ คนต่างหยุดไว้แค่นั้น แล้วจะกลับมาเมื่อถึงช่วงเวลาที่จะมาถึงในปีถัดไป กล่าวได้ว่า เรามักจะกล่าวถึง พูดถึง คำนึงถึง เรื่องราวการปฏิบัติอามั้ลในเดือนรอมฎอน เฉพาะในเดือนรอมฎอนเท่านั้น แต่เมื่อผ่านพ้นไป เรามองข้ามสิ่งที่เก็บเกี่ยว แสวงหาในเดือนรอมฎอนนั้นโดยไม่กลับมาพิจารณาถึงเรื่องราวนั้น สิ่งนั้น อีกเลยตลอด 11 เดือน ทั้งๆ ที่เราใส่ใจมุ่งมั่น อดทน รอคอย การปฏิบัติด้วยใจที่จรดจ่อตลอดช่วงเวลาเดือนรอมฎอน เป็นต้นว่า การศึกษา ทบทวน อัลกุรอ่าน การละหมาดในยามค่ำคืน การให้อาหารกับคนที่ขัดสน ยากจน แต่เพียงผ่านพ้นเดือนรอมฎอนไปไม่นานนัก การปฏิบัติตนของเราช่างแตกต่างกับช่วงเดือนนี้ไปมากทีเดียว เราให้ความสำคัญกับเรื่องราวจิปาถะมากมาย มองข้ามความสำคัญในอิบาดัรที่ต้องพึงปฏิบัติให้เป็นกิจวัตรประจำวัน เราให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมอื่นๆ สิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ที่เราตื่นตาตื่นใจกว่าการมุ่งมั่นปฏิบัติเฉกเช่นเดียวกับการที่เรามุ่งมั่นกระทำตลอดช่วงเดือนรอมฎอน


ท่านทั้งหลาย


แง่คิดในการปฏิบัติตนในเดือนรอมฎอนที่กำลังจะผ่านพ้นไปนั้น เราได้เก็บเกี่ยวคุณค่าและความสำคัญดังกล่าวนั้นไว้มากน้อยเพียงใด เพราะบางครั้งเราต่างมุ่งมั่น เร่งเร้าการกระทำของเราโดยมองข้ามความสำคัญของจุดมุ่งหมายที่แท้จริงอันเป็นเป้าหมายและคุณค่าและความสำคัญของการปฏิบัติตนในเดือนรอมฎอน นั้น การใช้ชีวิตนอกเดือนรอมฎอน เป็นส่วนหนึ่งที่เราต้องพิจารณาว่า ทุกๆ การกระทำของเราอันเป็นการกระทำที่ต้องถูกสอบสวนในวันแห่งการตัดสินนั้น ภาคผลของการกระทำของเราเรามีความยำเกรงต่อพระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.) มากน้อยเพียงใด และเราแสดงออกต่อความยำเกรงนั้นอย่างไร เช่นนี้แล้วหากเรามองถึงเป้าหมายของการถือศีลอดแล้ว จะเห็นว่า พระองค์ทรงกำหนดและวางกฎเกณฑ์ต่างๆที่เกี่ยวกับการถือศีลอดบนประชาชาติมุสลิมนั้น เพื่อมุ่งมรรคผลแห่งความยำเกรง ที่มุสลิมจะต้องแสดงออกทั้งกายวาจาและใจ เพื่อที่มองคนรอบๆ ข้างของเรา การช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน การแสดงออกให้เห็นถึงการเห็นอกเห็นใจกัน เอื้ออาทรต่อกัน มีความเมตตาซึ่งกันและกัน ขณะเดียวกัน เราก็ไม่บกพร่องต่อภารกิจและกิจวัตรอันที่จะแสดงออกถึงความเป็นผู้ที่ยำเกรงต่อพระองค์ มุ่งมั่นกระทำอิบาดัรเพื่อพระองค์โดยแท้จริง หากเราเก็บเกี่ยวสิ่งต่างๆ เหล่านี้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันของเรา เราจะไม่บกพร่องต่อหน้าที่ (อะมานะห์) ของเราเลยแม้แต่น้อย เราจะมีความรู้สึกซาบซึ้งในการกระทำอิบาดัรควบคู่ไปกับการดำเนินชีวิตไปตามปกติตามธรรมเนียมปฏิบัติที่เราต่างคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว พร้อมไปกับการดำเนินชีวิตอยู่อย่างพอเพียง เพียงพอในกำลังทรัพย์ ริสกีที่เราได้รับ สนองตอบพระบัญชาของพระองค์ เป็นความพอเพียงที่เราน้อมรับ ขณะเดียวกับที่เป็นความพอเพียงที่จะแบ่งปันความสุขเพื่อคนอื่นๆ ด้วยไปพร้อมกัน เดือนรอมฎอน เป็นเดือนแห่งการฝึกฝน การปฏิบัติโดยมุ่งเน้นภาคผลอันสำคัญที่ทบทวีคูณตามพระองค์ทรงรับรอง แต่เดือนอื่นๆ แม้ว่าการดำเนินชีวิตของเราจะแตกต่างจากเดือนรอมฎอนก็ตาม เราก็ต้องมุ่งมั่นในอามั้ลของเราด้วยเช่นกัน ขอให้พิจารณาโองการจากอัลกุรอ่าน Al-Qur'an, 017.026-027 (Al-Isra [Isra, The Night Journey, Chldren of Israel]) ความว่า



017.026 وَآتِ ذَا الْقُرْبَى حَقَّهُ وَالْمِسْكِينَ وَابْنَ السَّبِيلِ وَلا تُبَذِّرْ تَبْذِيرًا


017.026 And render to the kindred their due rights, as (also) to those in want, and to the wayfarer: But squander not (your wealth) in the manner of a spendthrift.


26. และจงให้สิทธิแก่ญาติที่ใกล้ชิด และผู้ขัดสน และผู้เดินทาง และอย่าสุรุ่ยสุร่ายอย่างฟุ่มเฟือย (การใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่ายฟุ่มเฟือยนั้น คือการใช้จ่ายไปในทางที่ไม่จงรักภักดีต่ออัลลอฮ หรือในทางที่เป็นการฝ่าฝืนพระองค์หรือในทางเสียหาย ฉะนั้น ผู้ใดปฏิบัติตนอยู่ในแนวทางนี้ เขาย่อมเป็นพี่น้องหรือพวกพ้องของชัยฏอนเพราะชัยฏอนมันเนรคุณพระเจ้าของมัน ดังนั้นผู้สุรุ่ยสุร่ายจึงอยู่ในสภาพเดียวกันกับชัยฏอน)



017.027 إِنَّ الْمُبَذِّرِينَ كَانُوا إِخْوَانَ الشَّيَاطِينِ وَكَانَ الشَّيْطَانُ لِرَبِّهِ كَفُورًا


017.027 Verily spendthrifts are brothers of the Evil Ones; and the Evil One is to his Lord (himself) ungrateful.


27. แท้จริงบรรดาผู้สุรุ่ยสุร่ายนั้นเป็นพวกพ้องของเหล่าชัยฏอน และชัยฏอนนั้นเนรคุณต่อพระเจ้าของมัน


ท่านทั้งหลาย


บทเรียนจากเดือนรอมฎอน ถือเป็นบทเรียนที่มีความสำคัญ มีประโยชน์ต่อตัวเราเอง สังคมมุสลิม และประชาชาติทั้งหลายทั่วโลก การดำเนินชีวิตในปัจจุบัน ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลรอบด้าน นั้น มีผลกระทบต่อมวลมนุษย์แทบทุกด้าน สังคมในปัจจุบันที่มุ่งเน้นการเอารัดเอาเปรียบต่อกันในทุกๆ เรื่อง คนที่ถูกกระทบมากที่สุด โดยถูกมองข้ามหรือละเลย มากที่สุด คือ คนที่ขัดสน ยากจน เขาเหล่านั้นถูกเอารัดเอาเปรียบมากมาย เพียงเพราะเขาขาดโอกาส ขาดบทบาทในการเรียกร้อง ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว โอกาสที่เขาเหล่านั้นจะเรียกร้องแทบจะหาไม่ได้เลยทีเดียว ขณะที่คนที่มีกำลังทรัพย์มากที่สุด มีอำนาจในทางเศรษฐกิจต่างใช้กำลังของตนเองเพื่อกอบโกยผลประโยชน์ทั้งโดยตรงโดยอ้อมหรือแม้แต่ทับซ้อนผลประโยชน์แอบแฝงมากมาย คนเหล่านี้ไม่มีจิตใจที่จะโน้มลงมาเพื่อให้คนในระดับรากหญ้าได้สัมผัส ได้รับรู้และแบ่งบันในสิ่งที่เขาต้องการขณะที่ผู้ที่มีกำลังทรัพย์เก็บเกี่ยวสิ่งต่างๆ เหล่านั้นไป โดยไม่มีการคืนทุนไปยังภาคส่วนอื่นๆ เลย การถือศีลอด จึงเป็นแนวปฏิบัติที่ลดช่องว่างนี้ เพื่อกระชับพื้นที่ว่างให้เต็มไปด้วยการแบ่งปัน เอื้ออาทรต่อกันลดการเอารัดเอาเปรียบต่อกันแม้เพียงช่วงสั้นๆ เพียงเดือนรอมฎอน แต่หากเราทำให้ทุกๆ เดือน เป็นเดือนรอมฎอนแล้ว เขาเหล่านั้นจะไม่ถูกมองข้ามเลยไป ดังนั้น การดำเนินชีวิตนอกเดือนรอมฎอนของเราทั้งหลาย จึงพึงมองดูและทบทวนการกระทำตลอดเดือนรอมฎอนที่กำลังจะผ่านพ้นไปนั้น ให้ดำเนินชีวิตด้วยความพอเพียงและพร้อมที่จะแบ่งปัน ห่วงใย เอื้ออาทรต่อกัน โอบอ้อมอารีต่อกัน เพื่อที่เราจะอยู่ร่วมกันด้วยความสุข มีความปรองดองและสมานฉันท์ต่อกัน ความพอเพียงในการดำเนินชีวิต จึงเป็นสิ่งที่จะทำให้เรามีสายตาแห่งความห่วงใย เป็นสายตาที่มุ่งมั่นและมีความยำเกรงต่อพระองค์ ในการดำเนินชีวิตและมองภาพรวมของสังคมด้วยความห่วงใย เพราะไม่มีใครที่อยู่ได้อย่างปกติสุข ขณะที่คนรอบข้างอยู่อย่างแร้นแค้น นั่นเป็นบ่อเกิดแห่งความอยุติธรรมและเป็นศูนย์กำเนิดของสังคมที่แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นต่อกัน เพียงเพราะเราไม่รู้จักที่จะแบ่งปัน เรียนรู้ร่วมกัน เพื่อที่เราจะก้าวเดินไปพร้อมๆ กันด้วยความยินดีปรีดิ์เปรม


ท่านทั้งหลาย


การตักตวงความสุขแห่งการกระทำอามั้ลในช่วงเวลาที่เหลือของเดือนรอมฎอน เพราะช่วงสุดท้ายของเดือนรอมฎอน เป็นช่วงที่สำคัญยิ่ง แต่อย่าลืมการบริจาคซ่ากาตฟิตเราะห์ อันภาคผลของมันจะนำพาการถือศีลอดให้มีความบริสุทธิ์ผุดผ่องจากการใช้วาจา โทสะ โมหะ ที่เกิดขึ้นจากจริต ในบางครั้งที่เราละเลยลืมตนไปบ้างเป็นบางครั้ง ข้อกำหนด กฎเกณฑ์ ของการบริจาค เป็นที่เด่นชัดและทุกคนต่างคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว อย่าลืมการแบ่งปันดังกล่าว ต้องมีก่อนเวลาละหมาดวันอีดิ้ลฟิตริในช่วงสายของวันอีด อันเป็นวันที่ทุกๆ ใบหน้าจะเต็มไปด้วยความอิ่มเอิบใจ สุขใจ ขอให้เราทั้งหลายจงแบ่งปันให้กับทุกๆ คนที่มีสิทธิ์ในตัวซ่ากาตฟิตเราะห์นี้ เพื่อที่เราจะได้พร้อมเพียงกันรับความสุขในวันที่มีความสำคัญที่เราจะเฉลิมฉลองความสำเร็จในอิบาดัรสำคัญแห่งเดือนรอมฎอนที่เรากำลังจะก้าวผ่านพ้นไปในปีนี้



إِنَّ اللَّهَ وَمَلائِكَتَهُ يُصَلُّونَ عَلَى النَّبِيِّ يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا صَلُّوا عَلَيْهِ وَسَلِّمُوا تَسْلِيمًا


رَبَّنَا آتِنَا فِي الدُّنْيَا حَسَنَةً وَفِي الآخِرَةِ حَسَنَةً وَقِنَا عَذَابَ النَّارِ


إِنَّ اللَّهَ يَأْمُرُ بِالْعَدْلِ وَالإحْسَانِ وَإِيتَاءِ ذِي الْقُرْبَى وَيَنْهَى عَنِ الْفَحْشَاءِ وَالْمُنْكَرِ وَالْبَغْيِ يَعِظُكُمْ لَعَلَّكُمْ تَذَكَّرُونَ


سُبْحَانَ رَبِّكَ رَبِّ الْعِزَّةِ عَمَّا يَصِفُونَ


وَسَلامٌ عَلَى الْمُرْسَلِينَ


وَالْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ


ว่าบิ้ลลาฮิเตาฟีก วั้ลฮิดายะห์


วัสสลาม


มูฮำหมัด สันประเสริฐ


อ้างอิง


อัลกุรอ่านฉบับภาษาไทย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ดำเนินการจัดพิมพ์โดยกระทรวงกิจการฮัจย์ แห่งราชอาณาจักรซาอุดิอาเบีย http://www.alquran-thai.com/ShowSurah.asp , www.DivineIslam.com


อัลฮาดีซ : Hadith of The Day V 1.0 Freeware by FaridAnasri avater@muslimonline.com www.beconvinced.com


วันพุธที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2554

วิทยาศาสตร์

มิมบัรออนไลน์


คุตบะห์วันศุกร์ 19 รอมฎอน 1432 (วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2554)


วิทยาศาสตร์



الْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ


هُوَ الَّذِي أَرْسَلَ رَسُولَهُ بِالْهُدَى وَدِينِ الْحَقِّ لِيُظْهِرَهُ عَلَى الدِّينِ كُلِّهِ وَكَفَى بِاللَّهِ شَهِيدًا


تُولِجُ اللَّيْلَ فِي النَّهَارِ وَتُولِجُ النَّهَارَ فِي اللَّيْلِ وَتُخْرِجُ الْحَيَّ مِنَ الْمَيِّتِ وَتُخْرِجُ الْمَيِّتَ مِنَ الْحَيِّ وَتَرْزُقُ مَنْ تَشَاءُ بِغَيْرِ حِسَابٍ



ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย


คุณลักษณะหนึ่งของมนุษย์ คือ การรู้จักสังเกต พิจารณา ตรวจสอบ แล้วจึงสรุปผลลัพธ์ที่ได้เพื่อการตัดสินใจ กำหนดแนวทางปฏิบัติ หรือเป็นการสรุปบทเรียนเหล่านั้น เพื่อปรับปรุงพัฒนา สั่งสมเป็นประสบการณ์ ให้เกิดนวัตกรรมในเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง หากเกิดย้อนรอยเรื่องต่างๆ เหล่านั้นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง บทเรียนที่เกิดขึ้น จึงจะสะท้อนให้เห็นถึงการป้องกัน การบรรเทา การรักษาหรือเยียวยาต่อผู้ที่เกิดผลกระทบเหล่านั้นให้ได้รับความเสียหายหรือความกระทบกระเทือนน้อยที่สุด ซึ่งกระบวนการในเชิงเหตุผลเช่นนี้ถูกเรียกกันว่า เป็นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เป็นการศึกษาถึงศาสตร์ที่ได้มาจากข้อมูล การวิเคราะห์ผล การตรวจสอบ และการสรุปผล เพื่อเป็นแนวทางในการติดตามหรือในการศึกษาต่อไป ปัจจุบันกระบวนทางวิทยาศาสตร์ถูกนำมาปรับใช้ในการศึกษาของชาติ ทั้งในระดับมูลฐานไปจนถึงระดับบัณฑิตศึกษา ซึ่งเป็นแนวทางการวิเคราะห์ในเชิงลึก เพื่อหาเหตุผลสนับสนุน ทั้งเหตุผลที่เป็นความจริง เหตุผลในเชิงปริมาณ และเหตุผลในเชิงตรรกะ คำตอบที่ได้จากระบวนการทางวิทยาศาสตร์จะมีความถูกต้องสอดคล้องกับหลักทางวิชาการที่นำมาศึกษา โดยมีเหตุผลสนับสนุนอย่างเหมาะสม และเกิดความมั่นใจต่อตัวผู้ที่ทำการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย นั้น เพื่อปลดเปลื้องความสงสัย ความไม่รู้ และสั่งสมเป็นกระบวนการสนับสนุนการศึกษาที่ต่อยอดในเรื่องราวต่างๆ ทำให้เกิดพัฒนาการและความหลากหลายในเชิงเหตุผลที่แต่ละคนได้นำเรื่องราวเหล่านั้นมาทำการศึกษา ปัจจุบัน วิชาวิทยาศาสตร์ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำเนินชีวิตประจำวันของมนุษย์ทุกคน เป็นส่วนหนึ่งในการดำรงชีวิต เป็นคำตอบของทุกๆ สิ่งรอบตัวเรา มนุษย์จะใช้วิชาวิทยาศาสตร์เพื่อปรับปรุง ประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของตนเอง ให้สามารถนำมาสู่ความรู้ ความเข้าใจ และเหตุผลสนับสนุน จึง จึงทำให้ปัจเจกชนทั้งหลายมีความคิดที่เป็นรูปแบบเดียวกันว่า วิทยาศาสตร์ เป็นคำตอบเดียวที่สามารถหาเหตุผลสนับสนุนได้อย่างเหมาะสม บางครั้งในการดำเนินชีวิตของเรา เราพบปัญหา เรามักใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อหาเหตุผลสนับสนุน ชี้นำ บางคนอาจมองข้ามความจริงบางเรื่อง เพียงเพื่อที่จะได้ใช้หลักเหตุผลโยงใยไปสู่คำตอบ ทั้งๆ ที่คำตอบในเรื่องราวดังกล่าวนั้น สามารถอธิบายได้อย่างไม่ยากมากนัก เพราะบางประเด็นทางวิทยาศาสตร์ เมื่อถกเถียงหรือวิเคราะห์จนหาทางออกไม่ได้แล้ว คำตอบสุดท้าย กลับมีคำตอบว่า สิ่งนั้นสิ่งนี้เป็นไปโดยธรรมชาติ ทั้งที่เราประจักษ์อย่างแน่ชัดแล้วว่า ใครคือผู้สร้าง และธรรมชาติที่ว่านั้นใช่คำตอบที่แท้จริงหรือไม่ จึงขอย้ำเตือนตนเองและท่านทั้งหลาย จงออกห่างไกลจากสิ่งที่มีมรรคผลขัดหรือแย้งกับหลักการศรัทธาต่อพระองค์ ขอให้เราทั้งหลายจงน้อมนำแนวทางตามแบบฉบับของท่านศาสดาและกระทำในสิ่งที่พระองค์ทรงใช้และออกห่างไกลจากสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม นั่นคือ ความชัดแจ้ง ความเที่ยงแท้ และแนวทางปฏิบัติ การกระทำทั้งกาย วาจา และใจ ด้วยความยำเกรงต่อพระองค์


ท่านทั้งหลาย


เดือนรอมฎอนในปีนี้ กำลังดำเนินอยู่และในอีกไม่กี่วันที่จะถึงนี้ เดือนรอมฎอนนี้ก็จะเดินผ่านชีวิตของเราไปอีกครั้งหนึ่งแล้ว มันคือกลไกรที่พระองค์อัลลอฮ์ (ซ.ล.) ได้วางไว้ ชี้แนะและแนะนำชนทั้งหลายให้ได้ประจักษ์ ถึงความยิ่งใหญ่เกรียงไกรของพระองค์ ซึ่งในมวลมนุษย์นั้น ไม่สามารถจะมีบทบาทในการกำหนดสภาวะเช่นเดียวกับพระองค์ได้ ไม่มีใครที่มีความสามารถเพียงนิดเดียวที่จะเป็นภาคีสำหรับพระองค์ หากเราสังเกตให้ดีแล้วจะพบว่า ในแต่ละรอบปีของการกำหนดเดือนทางปฏิทินฮิจเราะห์ศักราชแล้ว พบว่า เดือนทางจันทรคติกับเดือนทางสุริยคติมีความแตกต่างกันประมาณ 10-11 วัน นั่นความความว่า ทุกๆ 3 ปี เดือนทางจันทรคติจะหล่นเร็วขึ้น 1 เดือน นั่นหมายความว่า ในรอบ 33 ปี เดือนทางจันทรคติจะถูกทดให้เร็วขึ้น 1 ปี จะเห็นได้ว่า เมื่อปี พุทธศักราช 2525 เราเริ่มถือศีลอดวันแรกตรงกับกลางเดือนมิถุนายน ซึ่งในปีพุทธศักราช 2558 ก็จะเป็นเช่นเดียวกัน ดังนั้น หากเรามีชีวิตยืนยาวไปถึงรอมฎอนปีถัดไป เราจะเห็นได้ว่า การดำเนินชีวิตในเดือนรอมฎอน จะผันแปรไปในทุกๆ วันของปีในรอบ 33 ปี ซึ่งหมายความได้ว่า บรรดามวลมุสลิมทั้งหลายนั้น สามารถทำการถือศีลอดได้ตลอดทุกช่วงเวลาของแต่ละปี ไม่คงที่ในเดือนในเดือนหนึ่งตามปฏิทินทางสุริยคติ เช่นนี้ คือการพิจารณาถึงระบบโคจรของโลกในระบบสุของเราสุริยจักรวาล ซึ่งเป็นวิชาการทางวิทยาศาสตร์ หนึ่งในหลายๆ สาขาของวิทยาการนี้


จะเห็นได้ว่า มนุษย์พยายามใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์เข้ามาอรรถาธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ ได้อย่างแยบคาย อาศัยหลักการช่างสังเกต การวิเคราะห์ การจัดทำรูปจำลอง และการสร้างแบบจำลองต่างๆ ที่มีสมการทางคณิตศาสตร์ ด้วยการวิเคราะห์ต่างๆ เหล่านี้ จึงนำมาซึ่ง วิทยาการที่มีความหมายต่อการดำเนินชีวิตในปัจจุบันเป็นอย่างยิ่ง นั่นคือ การประยุกต์วิทยาการทางคณิตศาสตร์ เพื่อปรับใช้ในชีวิตประจำวันของมวลมนุษย์ จะเห็นได้ว่า การคำนวณหรือคาดคะเน ปรากฏการณ์ทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ เช่น การเกิดจันทรุปราคา การเกิดสุริยุปราคา และปรากฏการณ์อื่นๆ นั้นด้วยแนวทางและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ถูกกำหนดขึ้นด้วยสมการทางคณิตศาสตร์ ที่ผ่านการศึกษามาในระยะเวลาช่วงหนึ่งของนักวิทยาศาสตร์ที่เฝ้ารอคอยปรากฏการณ์เหล่านี้ไว้ แล้วอรรถาธิบายและนำมาปรับปรุงแก้ไขให้มีความละเอียดถูกต้องมากยิ่งขึ้นตามระดับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป จะเห็นว่าในปัจจุบันการคำนวณหรือคาดคะเนของนักวิทยาศาสตร์จะใกล้เคียงความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ การคำนวณของนักวิทยาศาสตร์ เป็นการคำนวณโดยมีหลักการพื้นฐานจากแบบจำลองที่เหมาะสม แม้ว่าตัวแบบจะถูกกำหนดและได้ทำการศึกษามาอย่างชำนาญและเชี่ยวชาญแล้วก็ตาม แม้ว่ามีความถูกต้องแม่นยำสักเพียงใด แต่ในระบบการสร้างของพระองค์นั้น พระองค์มีพระประสงค์ที่จะให้สิ่งนั้นๆ เกิดขึ้นมาหรือไม่เกิดสิ่งนั้นก็ได้ ด้วยพระประสงค์ของพระองค์ ขอให้พิจารณาโองการจาก ซูเราะห์ Al-Qur'an, 003.027 (Aal-E-Imran [he Family of Imran]) ความว่า


003.027 تُولِجُ اللَّيْلَ فِي النَّهَارِ وَتُولِجُ النَّهَارَ فِي اللَّيْلِ وَتُخْرِج الْحَيَّ مِنَ الْمَيِّتِ وَتُخْرِجُ الْمَيِّتَ مِنَ الْحَيِّ وَتَرْزُقُ مَنْ تَشَاءُ بِغَيْرِ حِسَابٍ


003.027 "Thou causest the night to gain on the day, and thou causest the day to gain on the night; Thou bringest the Living out of the dead, and Thou bringest the dead out of the Living; and Thou givest sustenance to whom Thou pleasest, without measure."


27. พระองค์ทรงให้กลางคืนเข้าไปในกลางวัน และทรงให้กลางวันเข้าไปในกลางคืน (คือทรงให้ส่วนหนึ่งของกลางคืนเข้าไปในเวลากลางวันทำให้กลางวันยาวนานกว่ากลางคืน และให้ส่วนหนึ่งของกลางวันเข้าไปในเวลากลางคืน ทำให้กลางคืนยาวนานกว่ากลางวัน) และทรงให้สิ่งที่มีชีวิต ออกจากสิ่งที่ไม่มีชีวิต และทรงให้สิ่งที่ไม่มีชีวิตออกจากสิ่งที่มีชีวิต (เช่นให้ต้นอินทผลัมออกจากเมล็ดอินทผลัม และให้เมล็ดอินทผลัมออกจากต้นอินทผลัม เป็นต้น) และทรงให้ปัจจัยยังชีพแก่ผู้ที่พะองค์ทรงประสงค์โดยปราศจากการคำนวณ


ท่านทั้งหลาย


ในแง่มุมและความเข้าใจต่อกระบวนการทางวิทยาศาสตร์แล้ว วิทยาศาสตร์ มิใช่คำตอบที่ถูกต้องชัดเจน วิทยาศาสตร์เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น หากพิจารณาการดำเนินชีวิตของเราเป็นการขับรถยนต์แล้ว วิทยาศาสตร์ก็เป็นเพียง เครื่องมือ (Tools) หนึ่ง เช่น ประแจ ไขควง เป็นต้น เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้เราแสวงหาคำตอบในเรื่องที่เราสนใจได้เท่านั้น วิทยาศาสตร์มิใช่คำตอบสุดท้าย หรือคำตอบที่ถูกต้องที่สุด อย่าลืมว่าในการใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อแสวงหาคำตอบต่างๆ เหล่านั้น สิ่งสำคัญคือข้อมูล (data) ที่เราป้อนเข้าไป (input) ซึ่งเราต้องไตร่ตรองให้ได้ว่า เราจัดการควบคุมการทดลองหรือการศึกษาของเราไว้อย่างเหมาะสมเพียงใด บางครั้งการคาดคะเนของเราอาจถูกต้อง แต่ในบางครั้งเราจัดการระบบไม่มีสมดุล ผลการศึกษาเป็นไปคนละทางกับสิ่งที่เราทำการศึกษาไว้ในเชิงทฤษฎี นั่นคือสิ่งที่เราต้องหวนนำมาพิจารณา


ท่านทั้งหลาย


วิทยาศาสตร์ หาใช่ความจริง ความถูกต้องแม่นยำ และเป็นคำตอบในเชิงวิชาการที่มีเหตุผลรองรับ แต่ในหลักการที่พระองค์ทรงตระหนักและให้มวลมุสลิมพิจารณาถึงสิ่งต่างๆ รอบตัวเราแล้วจะพบว่า การสร้างของพระองค์นั้นมีความละเอียดอ่อน มีเหตุผล มีความถูกต้องแม่นยำตรวจสอบได้ ขอให้พิจารณาโองการจากซูเราะห์ Al-Qur'an, 002.286 (Al-Baqara [The Cow] ความว่า


002.286 لا يُكَلِّفُ اللَّهُ نَفْسًا إِلا وُسْعَهَا لَهَا مَا كَسَبَتْ وَعَلَيْهَا مَا اكْتَسَبَتْ رَبَّنَا لا تُؤَاخِذْنَا إِنْ نَسِينَا أَوْ أَخْطَأْنَا رَبَّنَا وَلا تَحْمِلْ عَلَيْنَا إِصْرًا كَمَا حَمَلْتَهُ عَلَى الَّذِينَ مِنْ قَبْلِنَا رَبَّنَا وَلا تُحَمِّلْنَا مَا لا طَاقَةَ لَنَا بِهِ وَاعْفُ عَنَّا وَاغْفِرْ لَنَا وَارْحَمْنَا أَنْتَ مَوْلانَا فَانْصُرْنَا عَلَى الْقَوْمِ الْكَافِرِينَ


002.286 On no soul doth Allah Place a burden greater than it can bear. It gets every good that it earns, and it suffers every ill that it earns. (Pray:) "Our Lord! Condemn us not if we forget or fall into error; our Lord! Lay not on us a burden Like that which Thou didst lay on those before us; Our Lord! Lay not on us a burden greater than we have strength to bear. Blot out our sins, and grant us forgiveness. Have mercy on us. Thou art our Protector; Help us against those who stand against faith."


286. อัลลอฮ์จะไม่ทรงบังคับชีวิตหนึ่งชีวิตใดนอกจากตามความสามารถของชีวิตนั้นเท่านั้น (อัลลอฮ์ได้ทรงใช้ให้แต่ละคนปฏิบัติเท่าที่เขามีความสามารถเท่านั้น) ชีวิตนั้นจะได้รับการตอบแทนดีในสิ่งที่เขาได้แสวงหาไว้ และชีวิตนั้นจะได้รับการลงโทษในสิ่งชั่วที่เขาได้แสวงหาไว้ โอ้พระเจ้าของพวกเรา! โปรดอย่าเอาโทษแก่เราเลย หากพวกเราลืม หรือผิดพลาดไป โอ้พระเจ้าของพวกเรา! โปรดอย่าได้บรรทุกภาระหนักใด ๆแก่พวกเรา (หมายถึงบัญญัติอันเป็นภาระหนักในการปฏิบัติ ที่ใช่คำว่าบรรทุกนั้นเป็นสำนวนเปรียบเทียบ กล่าวคือ บัญญัติอันเป็นภาระหนักในการปฏิบัตินั้น ประหนึ่งการแบกภาระอันหนัก) เช่นเดียวกับที่พระองค์ได้ทรงบรรทุกมัน แก่บรรดาผู้ที่อยู่ก่อนหน้าพวกเรามาแล้ว โอ้พระเจ้าของพวกเรา! โปรดอย่าให้พวกเราแบกมันได้ (หมายถึงบัญญัติที่ไม่มีกำลังความสามารถที่จะปฏิบัติได้ ที่ใช้คำว่าแบกก็เป็นสำนวนเปรียบเทียบเช่นเดียวกับคำว่า บรรทุก”) และโปรดได้ทรงอภัยแก่พวกเราและยกโทษให้แก่พวกเรา และเมตตาแก่พวกเราด้วยเถิด พระองค์นั้น คือผุ้ปกครองของพวกเราดังนั้นโปรดได้ทรงช่วยเหลือพวกเราให้ได้รับชัยชนะเหนือกลุ่มชนที่ปฏิเสธศรัทธาด้วยเถิด


เพราะการสร้างของพระองค์นั้น มีความละเอียดรอบคอบ และมีกลไกรตามที่พระองค์ทรงประสงค์ไว้ หากแต่ว่ามนุษย์อาจมีความสามารถที่จะศึกษาหรือสร้างความเข้าใจในปรากฏการณ์อย่างหนึ่งอย่างใดในเพียงชั่วระยะหนึ่งเท่านั้น มิใช่ว่ามนุษย์จะรู้รอบในเรื่องราวของพระองค์โดยทั้งหมด อาจกล่าวได้ว่า วิทยาศาสตร์ และความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ นั้น เป็นการเรียนรู้เพื่อกำหนดสร้างเครื่องมืออำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิตให้มีความสะดวกสบายต่อมวลมนุษยชาติ มิใช่ว่าวิทยาศาสตร์และหลักการทางวิทยาศาสตร์จะเป็นตัวกำหนดและมีความสามารถทัดเทียมการสร้างจากพระองค์ ขอฝากอีกโองการหนึ่ง Al-Qur'an, 003.009 (Aal-E-Imran [The Family of Imran] ความว่า


003.009 رَبَّنَا إِنَّكَ جَامِعُ النَّاسِ لِيَوْمٍ لا رَيْبَ فِيهِ إِنَّ اللَّهَ لا يُخْلِفُ الْمِيعَاد


003.009 "Our Lord! Thou art He that will gather mankind Together against a day about which there is no doubt; for Allah never fails in His promise."


9. โอ้พระผู้เป็นเจ้าของพวกเรา! แท้จริงพระองค์นั้น เป็นผู้ชุมนุมมนุษย์ทั้งหลายในวันหนึ่งซึ่งไม่มีการสงสัยใด ๆ ในวันนั้น (วันกิยามัต) แท้จริงอัลลอฮ์นั้นจะไม่ทรงผิดสัญญา



ความสงสัยใดๆ ของมนุษย์ เป็นสิ่งที่ทำให้เขาเหล่านั้นแสวงหาคำตอบ แต่สุดท้ายแล้วกระบวนการในการศึกษาของเขาเหล่านั้น เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งในระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น เมื่อเหตุการณ์รอบข้างนั้น ผ่านพ้นไปแล้ว คำตอบที่ได้จากการวิเคราะห์ตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์จะเปลี่ยนไปตามบรรดาข้อมูลที่ได้เพื่อการวิเคราะห์นั้นๆ แต่การสร้างของพระองค์เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่า ไม่ใครที่มีความสามารถทัดเทียมพระองค์ พระองค์ทรงมีพระประสงค์ให้คนหนึ่งคนใดมีความสามารถ มีสติปัญญาที่ดีกว่าคนอื่นๆ ได้นั้น ก็ด้วยพระประสงค์ที่จะทำให้มนุษย์นั้นมีความสะดวกสบายต่อการดำรงชีพและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มิใช่ว่ามนุษย์จะละเมิดกฎเกณฑ์ของพระองค์ เพียงเพื่อการสนับสนุนเพียงคำตอบตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์



إِنَّ اللَّهَ وَمَلائِكَتَهُ يُصَلُّونَ عَلَى النَّبِيِّ يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا صَلُّوا عَلَيْهِ وَسَلِّمُوا تَسْلِيمًا


رَبَّنَا إِنَّكَ مَنْ تُدْخِلِ النَّارَ فَقَدْ أَخْزَيْتَهُ وَمَا لِلظَّالِمِينَ مِنْ أَنْصَارٍ


رَبَّنَا إِنَّنَا سَمِعْنَا مُنَادِيًا يُنَادِي لِلإيمَانِ أَنْ آمِنُوا بِرَبِّكُمْ فَآمَنَّا رَبَّنَا فَاغْفِرْ لَنَا ذُنُوبَنَا وَكَفِّرْ عَنَّا سَيِّئَاتِنَا وَتَوَفَّنَا مَعَ الأبْرَارِ


رَبَّنَا وَآتِنَا مَا وَعَدْتَنَا عَلَى رُسُلِكَ وَلا تُخْزِنَا يَوْمَ الْقِيَامَةِ إِنَّكَ لا تُخْلِفُ الْمِيعَادَ


رَبَّنَا آتِنَا فِي الدُّنْيَا حَسَنَةً وَفِي الآخِرَةِ حَسَنَةً وَقِنَا عَذَابَ النَّارِ


إِنَّ اللَّهَ يَأْمُرُ بِالْعَدْلِ وَالإحْسَانِ وَإِيتَاءِ ذِي الْقُرْبَى وَيَنْهَى عَنِ الْفَحْشَاءِ وَالْمُنْكَرِ وَالْبَغْيِ يَعِظُكُمْ لَعَلَّكُمْ تَذَكَّرُونَ


سُبْحَانَ رَبِّكَ رَبِّ الْعِزَّةِ عَمَّا يَصِفُونَ


وَسَلامٌ عَلَى الْمُرْسَلِينَ


وَالْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ


ว่าบิ้ลลาฮิเตาฟีก วั้ลฮิดายะห์


วัสสลาม


มูฮำหมัด สันประเสริฐ


อ้างอิง


อัลกุรอ่านฉบับภาษาไทย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ดำเนินการจัดพิมพ์โดยกระทรวงกิจการฮัจย์ แห่งราชอาณาจักรซาอุดิอาเบีย http://www.alquran-thai.com/ShowSurah.asp , www.DivineIslam.com


อัลฮาดีซ : Hadith of The Day V 1.0 Freeware by FaridAnasri avater@muslimonline.com www.beconvinced.com