วันอังคารที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

หัจญ์ : การบำเพ็ญหัจญ์ครั้งสุดท้ายของท่านศาสดา

มิมบัรออนไลน์

คุตบะห์วันศุกร์ 6 ซุ้ลฮิจญะห์ 1431 (วันศุกร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553)

หัจญ์ : การบำเพ็ญหัจญ์ครั้งสุดท้ายของท่านศาสดา

الْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ

وَمَا مُحَمَّدٌ إِلا رَسُولٌ قَدْ خَلَتْ مِنْ قَبْلِهِ الرُّسُلُ أَفَإِنْ مَاتَ أَوْ قُتِلَ انْقَلَبْتُمْ عَلَى أَعْقَابِكُمْ وَمَنْ يَنْقَلِبْ عَلَى عَقِبَيْهِ فَلَنْ يَضُرَّ اللَّهَ شَيْئًا وَسَيَجْزِي اللَّهُ الشَّاكِرِينَ

حُرِّمَتْ عَلَيْكُمُ الْمَيْتَةُ وَالدَّمُ وَلَحْمُ الْخِنْزِيرِ وَمَا أُهِلَّ لِغَيْرِ اللَّهِ بِهِ وَالْمُنْخَنِقَةُ وَالْمَوْقُوذَةُ وَالْمُتَرَدِّيَةُ وَالنَّطِيحَةُ وَمَا أَكَلَ السَّبُعُ إِلا مَا ذَكَّيْتُمْ وَمَا ذُبِحَ عَلَى النُّصُبِ وَأَنْ تَسْتَقْسِمُوا بِالأزْلامِ ذَلِكُمْ فِسْقٌ الْيَوْمَ يَئِسَ الَّذِينَ كَفَرُوا مِنْ دِينِكُمْ فَلا تَخْشَوْهُمْ وَاخْشَوْنِ الْيَوْمَ أَكْمَلْتُ لَكُمْ دِينَكُمْ وَأَتْمَمْتُ عَلَيْكُمْ نِعْمَتِي وَرَضِيتُ لَكُمُ الإسْلامَ دِينًا فَمَنِ اضْطُرَّ فِي مَخْمَصَةٍ غَيْرَ مُتَجَانِفٍ لإثْمٍ فَإِنَّ اللَّهَ غَفُورٌ رَحِيمٌ

ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย

ขอย้ำเตือนตนเองและท่านทั้งหลาย จงตระหนักถึงความสำคัญและภารกิจแห่งการเป็นมุสลิมที่ดี ความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งพระองค์ที่ทรงรักและมีความปรารถนาดีแก่เราทั้งหลาย ดังนั้นขอให้เราทุกๆ คน จงยำเกรงต่อพระองค์ และจงรำลึกอยู่เสมอว่าทุกๆ การกระทำของเรา ย่อมประจักษ์ต่อพระองค์ ทั้งสิ้น ดังนั้น จงดำเนินภารกิจต่อๆ อย่างมีสติ และมีความยำเกรงต่อพระองค์ให้มากที่สุด ท่านทั้งหลาย เมื่อมีประกาศการเข้าสู่เดือนซุ้ลฮิจญะห์ นั่นย่อมหมายความถึงภารกิจและกิจกรรมต่างๆของบรรดาหุจญาตทั้งหลายจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนด กฎเกณฑ์ ข้อบังคับแห่งหัจญ์อย่างเคร่งครัดเข้มงวด เพื่อที่เขาเหล่านั้นจะได้บรรลุการบำเพ็ญหัจญ์ที่พระองค์ทรงรับรอง และกลับสู่บ้านเกิดเมืองนอนด้วยสวัสดิภาพ

ท่านทั้งหลาย

ขอให้ทุกๆคน ณ ที่นี้ จงพิจารณาถึงการบำเพ็ญหัจญ์ครั้งสุดท้ายของท่านศาสดา ตามบทความที่จะได้กล่าวถึงต่อไปนี้

ในวันที่ 8 ซุลฮิจญะห์ ศาสดามุฮัมมัดและบรรดามุสลิมได้ไปพักอยู่ที่ตำบลมินาและค้างอยู่ที่นั่น วันรุ่งขึ้นท่านได้ขึ้นอูฐเดินทางไปยังภูเขาอะรอฟะฮ ได้ตั้งกระโจมพักอยู่ตรงด้านตะวันออกของภูเขาตรงจุดนี้เรียกกันว่านะมีรอฮ ในตอนเที่ยงท่านได้เดินทางไปถึงภูเขานูร ณ ที่นี้เองท่านได้นั่งบนหลังอูฐ และเริ่มเทศนาสั่งสอนชาวมุสลิมด้วยเสียงอันดัง โดยมี เราะบีอะฮ อิบนุ อุมัยยะฮ อิบนุ เคาะลัฟ (Rabiah ibn Umayyah ibn Khalaf) คอยพูดซ้ำทีละประโยค ศาสดาเริ่มต้นด้วยการกล่าวสรรเสริญพระผู้เป็นเจ้าขอบคุณพระองค์แล้วท่านก็กล่าวสุนทรพจน์ดังต่อไปนี้ :

"โอ้ท่านทั้งหลายจงตั้งใจฟังคำพูดของฉัน เพราะฉันไม่รู้ว่าฉันจะได้พบกับพวกท่าน ในโอกาสเช่นนี้อีกเมื่อไร โอ้ท่านทั้งหลายชีวิตและทรัพย์สินของพวกท่านเป็นสิ่งต้องห้ามและเป็นสิ่งที่คนหนึ่งคนใดจะมาล่วงละเมิดมิได้ จนกว่าพวกท่านจะได้พบกับผู้อภิบาลเสมือนกับวันบริสุทธิ์นี้ และเดือนนี้เป็นเวลาที่ต้องห้ามสำหรับพวกท่านและเมืองนี้ก็เป็นเมืองต้องห้ามสำหรับพวกเท่านทั้งหลาย พวกท่านทั้งหลายจะต้องได้รับการสอบสวนจากองค์พระผู้อภิบาลของพวกท่านในกิจการงานทุกอย่างที่พวกท่านได้กระทำไว้

โอ้ประชาชนทั้งหลายพวกท่านทั้งหลายมีสิทธิที่ได้รับมอบหมายเหนือฝ่ายสตรี และฝ่ายสตรีก็มีสิทธิเหนือฝ่ายชายเช่นกันในหน้าที่ที่ท่านได้รับมอบหมาย ดังนั้นพวกท่านจงได้ปกป้องดูแลภรรยาของพวกท่านด้วยความรักความเมตตาเถิด แน่นอนใครที่ทำได้เช่นนั้นก็เท่ากับเขาได้ปกครองดูแลภรรยของเขาเอาไว้ให้อยู่ในความพิทักษ์รักษาของพระผู้เป็นเจ้า พวกท่านทั้งหลายจงรักษาความศรัทธาเชื่อมั่นให้คงไว้ในจิตใจของพวกท่าน และจงหลีกเลี่ยงออกห่างจากเรื่องบาปกรรม และความชั่ว ดอกเบี้ยหรือการให้กู้ยืมเงินโดยคิดดอกเบี้ยเป็นสิ่งต้องห้าม สำหรับลูกหนี้ให้ส่งคืนเฉพาะเงินในจำนวนที่ยืมมาและเรื่องของดอกเบี้ยที่จำเป็นจะต้องถูกยกเลิกคือ ดอกเบี้ยของอับบาส อิบนุ อบูฏอลิบ (Abbas Ibn Abutalib)

นับแต่นี้ต่อไปเรื่องของการแก้แค้นทดแทนกันด้วยเลือด เช่นในสมัยของยุคป่าเถื่อน เป็นเรื่องต้องห้าม การอาฆาต จองล้างจองผลาญกันด้วยเลือดต้องสิ้นสุดกันเสียที เริ่มต้นด้วยเรื่องการฆาตกรรมของอิบนุเราะบีอะฮ อิบนุ ฮาริษ (Ibn Rabia-h ibn Harith)

โอ้ประชาชนทั้งหลาย บรรดาข้าทาสคนใช้ของพวกท่านที่อยู่ในความดูแลของพวกท่านนั้นจงเลี้ยงดูพวกเขาเช่นอาหารที่พวกท่านรับประทาน และให้เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มแก่พวกเขาด้วยเครื่องนุ่งห่มที่พวกท่านใช้ หากพวกเขาได้กระทำในสิ่งที่เป็นความผิดพลาดชนิดที่ท่านไม่ปรารถนาที่จะอภัยให้พวกเขาก็จงแยกทางกับเขาเสีย อย่าทำร้ายเฆี่ยนตีทำทารุณพวกเขา เพราะเขาต่างก็เป็นบ่าวของพระองค์เช่นเดียวกับพวกเรา

โอ้ประชาชนทั้งหลายมารร้ายนั้นได้หมดสิ้นความหวังทั้งมวล ที่จะได้รับการเคารพบูชาในดินแดนของพวกท่านแล้ว แต่กระนั้นก็ตามมันยังเป็นห่วงที่จะกำหนดการกระทำอันต่ำต้อยของพวกท่านอยู่ เพราะฉะนั้นจงระวังมันไว้เถิด เพื่อความปลอดภัยแห่งตัวท่านและศาสดาของท่าน

โอ้ประชาชนทั้งหลาย พวกท่านจงรำลึกและจดจำในสิ่งที่ฉันพูด พวกท่านต้องรำลึกเสมอว่า มุสลิมทุกคนนั้นมีฐานะเป็นพี่น้องกัน พวกท่านทั้งหลายต่างมีความเท่าเทียมกัน และขอให้ทุกคนมีความพอใจในสิทธิและหน้าที่ความรับผิดชอบที่เรามีอยู่เสมอหน้ากัน พวกท่านแต่ละคนล้วนแต่เป็นสมาชิกของสังคมพี่น้องเดียวกันจงปกป้องตัวของท่านให้ห่างไกลจากความอยุติธรรมในทุกกรณี ขอให้บุคคลที่อยู่ที่นี้จงนำสิ่งที่ได้ยินจากฉันไปบอกเล่าแก่บุคคลที่เขาไม่ได้มาอยู่ ณ ที่นี้เพราะอาจจะเป็นไปได้ว่าคนที่ไม่ได้รับการบอกเล่านั้นอาจมีความจดจำได้ดีกว่าบุคคลที่ได้ยินไปจากฉันโดยตรงก็เป็นได้ และผู้ที่ได้รับความไว้วางใจเขาจะต้องไม่ให้ผู้ที่ไว้วางใจเขาประสบความผิดหวัง

โอ้ ผู้ศรัทธาทั้งหลายหากเมื่อถึงเวลาที่ฉันต้องจากพวกท่านไปแล้ว พวกท่านจงอย่าได้หันกลับไปต่อสู้เป็นศัตรูหลั่งเลือดกัน เหมือนอย่างเช่นสมัยแห่งความโง่เขลา ดังที่ได้ผ่านมา แท้จริงฉันได้มอบสิ่งหนึ่งแก่พวกท่านทั้งหลายซึ่งหากพวกท่านยึดเอาไว้อย่างมั่นคงแล้ว ท่านทั้งหลายจะไม่หลงออกไปสู่แนวทางที่เหลวไหลเป็นอันขาด สิ่งนั้นคือ อัลกุรอาน และซุนนะฮของฉัน

โอ้ ศรัทธาชนทั้งหลาย แท้จริงพระผู้เป็นเจ้าของพวกท่านนั้นมีพระองค์เดียว ต้นตระกูลของพวกท่านก็สืบมาจากเชื้อสายเดียวกัน นั่นคืออาดัม และอาดัมนั้นถูกสร้างมาจากดิน แท้จริงผู้ที่มีเกียรติที่สุดในหมู่พวกเจ้านั้นคือผู้ที่มีความยำเกรงต่ออัลลอฮ์ มากที่สุด คนอาหรับก็หาใช่จะเป็นคนดีเลิศเหนือคนชาติอื่น ๆ นอกจากพวกเขาจะมีความยำเกรงมากกว่าเท่านั้น

โอ้ ท่านทั้งหลายจงสดับฟังถ้อยคำของฉันให้ดี จงรู้เถิดว่ามวลมุสลิมนั้น ย่อมเป็นพี่น้องกันและจงรู้เถิดว่า บรรดามุสลิมก็คือภราดรภาพอันหนึ่งอันเดียวกันไม่มีสิ่งใดที่เป็นของพี่น้องมุสลิมด้วยกัน จะเป็นของมุสลิมโดยถูกต้อง นอกจากว่าเขาผู้นั้นจะให้โดยเต็มใจ และไม่คิดมูลค่า เพราะฉะนั้นจงอย่ากระทำการอยุติธรรมต่อตัวของท่านเอง

โอ้ พระผู้เป็นเจ้าข้าพระองค์ได้ประกาศสัจธรรมออกเผยแพร่แล้ว โอ้องค์พระผู้อภิบาล ขอได้โปรดเป็นพยานให้แก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด"

เมื่อศาสดาเสร็จจากการให้โอวาทครั้งนี้แล้ว ท่านได้ลงจากหลังอูฐ ซึ่งเป็นพาหนะของท่านเพื่อทำนมาซซุฮ์ริ (นมัสการในช่วงบ่าย) และท่านได้นมาซอัสริด้วย (นมัสการในช่วงตะวันคล้อย) ท่านศาสดาได้สำนึกในพระเมตตาจากองค์พระผู้อภิบาล ที่ได้ทรงประทานความดีงามมากมายให้แก่ตัวท่าน และผลงานของท่าน และได้ให้เกียรติต่อการเป็นศาสนทูตของท่าน และท่านได้อ่านโองการจากคัมภีร์อัลกุรอาน ซูเราะฮ์ อัลมาอิดะฮ์ Al-Qur'an, 005.003 (Al-Maeda [The Table, The Table Spread]) ความว่า

005.003 حُرِّمَتْ عَلَيْكُمُ الْمَيْتَةُ وَالدَّمُ وَلَحْمُ الْخِنْزِيرِ وَمَا أُهِلَّ لِغَيْرِ اللَّهِ بِهِ وَالْمُنْخَنِقَةُ وَالْمَوْقُوذَةُ وَالْمُتَرَدِّيَةُ وَالنَّطِيحَةُ وَمَا أَكَلَ السَّبُعُ إِلا مَا ذَكَّيْتُمْ وَمَا ذُبِحَ عَلَى النُّصُبِ وَأَنْ تَسْتَقْسِمُوا بِالأزْلامِ ذَلِكُمْ فِسْقٌ الْيَوْمَ يَئِسَ الَّذِينَ كَفَرُوا مِنْ دِينِكُمْ فَلا تَخْشَوْهُمْ وَاخْشَوْنِ الْيَوْمَ أَكْمَلْتُ لَكُمْ دِينَكُمْ وَأَتْمَمْتُ عَلَيْكُمْ نِعْمَتِي وَرَضِيتُ لَكُمُ الإسْلامَ دِينًا فَمَنِ اضْطُرَّ فِي مَخْمَصَةٍ غَيْرَ مُتَجَانِفٍ لإثْمٍ فَإِنَّ اللَّهَ غَفُورٌ رَحِيمٌ

005.003 Forbidden to you (for food) are: dead meat, blood, the flesh of swine, and that on which hath been invoked the name of other than Allah; that which hath been killed by strangling, or by a violent blow, or by a headlong fall, or by being gored to death; that which hath been (partly) eaten by a wild animal; unless ye are able to slaughter it (in due form); that which is sacrificed on stone (altars); (forbidden) also is the division (of meat) by raffling with arrows: that is impiety. This day have those who reject faith given up all hope of your religion: yet fear them not but fear Me. This day have I perfected your religion for you, completed My favour upon you, and have chosen for you Islam as your religion. But if any is forced by hunger, with no inclination to transgression, Allah is indeed Oft-forgiving, Most Merciful.

[5.3] ได้ถูกห้ามแก่พวกเจ้าแล้ว ซึ่งสัตว์ที่ตายเอง และเลือด และเนื้อสุกร และสัตว์ที่ถูกเปล่งนามอื่นจากอัลลอฮ์ ที่มัน (ขณะเชือด) และสัตว์ที่ถูกรัดคอตาย และสัตว์ที่ถูกตีตาย และสัตว์ที่ตกเหวตายและสัตว์ที่ถูกขวิดตาย และสัตว์ที่สัตว์ร้ายกัดกิน นอกจากที่พวกเจ้าเชือดกัน และสัตว์ที่ถูกเชือดบนแท่นหินบูชา และการที่พวกเจ้าเสี่ยงทายด้วยไม้ติ้ว เหล่านั้นเป็นการละเมิดวันนี้ บรรดาผู้ปฏิเสธการศรัทธา หมดหวังในศาสนาของพวกเจ้าแล้ว ดังนั้นพวกเจ้าจงอย่ากลัวพวกเขา และจงกลัวข้าเถิด วันนี้ข้าได้ให้สมบูรณ์แก่พวกเจ้าแล้ว ซึ่งศาสนาของพวกเจ้าและข้าได้ให้ครบถ้วนแก่พวกเจ้าแล้วซึ่งความกรุณาเมตตาของข้า และข้าได้เลือกอิสลามให้เป็นศาสนาแก่พวกเจ้าแล้ว ผู้ใดได้รับความคับขันในความหิวโหย โดยมิใช่เป็นผู้จงใจกระทำบาปแล้วไซร้ แน่นอนอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงอภัยโทษผู้ทรงเมตตาเสมอ

ท่านอบูบักร์เมื่อได้ยินท่านศาสดาอ่านโองการจากคัมภีร์อัลกุรอานท่านก็เกิดความเข้าใจ และทราบความหมายเป็นอย่างดีจากอายะฮ์ที่นำมานี้ เป็นสัญญาณบอกให้รู้ล่วงหน้าแล้วว่าท่านได้มาถึงช่วงปลายของชีวิต อบูบักร์รู้สึกไม่สบายใจ ท่านได้แอบร้องไห้อยู่เงียบ ๆ โอวาทของท่านแม้จะเป็นโอวาทที่สั้น แต่เป็นสิ่งที่มีคุณค่าบรรจุด้วยถ้อยคำตักเตือนที่ทรงคุณมหาศาล ชาวมุสลิมเรียกสุนทรพจน์ครั้งนี้ว่าคำสั่งเสียครั้งสุดท้าย

ศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) ได้ออกจากทุ่งอารอฟะฮ์ไปค้างคืนที่มุซดะลีฟะฮ์ในตอนเช้าท่านจึงเดินทางเข้าสู่มินา เพื่อเตรียมตัวที่จะขว้างเสาหิน อันเป็นสัญลักษณ์ของชัยฎอนมารร้าย เมื่อมาถึงกระโจมที่พักท่านได้ทำกุรบ่าน (การเชือดพลี) 63 ตัว ตามอายุของท่านขณะนั้น การทำฮัจญ์ครั้งนี้บางครั้งมีผู้เรียกว่า "การทำฮัจญ์อำลา" (ฮัจญะตุลวะดาฮ์) อันที่จริงนี่เป็นการฮัจญ์ใหญ่ครั้งเดียวของท่าน ที่เรียกดังนี้เพราะครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่ท่านได้เห็นนครมักกะฮ์ ปีนี้เป็นปีที่สิบเอ็ดของศักราชอิสลาม ศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) เริ่มมีอาการป่วยไข้เกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ แต่ท่านก็ไม่ได้หยุดยั้งในการคิดใคร่ครวญหาทางปกป้องศาสนาอิสลามให้พ้นจากภัยของศัตรู

ในรุ่งเช้าวันจันทร์วันหนึ่ง อาการอ่อนเพลียและไข้ของท่านศาสดาได้กำเริบสูงขึ้น และอาการเริ่มทรุดลงตามลำดับ ท่านทราบดีว่าเวลาที่ท่านได้กลับไปสู่พระผู้อภิบาลได้ใกล้เข้ามาแล้วและด้วยสภาพที่อ่อนระโหยนั้น ท่านได้วิงวอนออกมาด้วยเสียงที่แผ่วเบาว่า "โอ้พระผู้อภิบาล ขอทรงโปรดช่วยเหลือข้าพระองค์ให้พ้นจากความทรมานในความตายด้วยเถิด" และในที่สุดท่านก็ได้เสียชีวิตในวันจันทร์ที่สิบสองของเดือนเราะบิอุลเอาวัลในปีที่สิบเอ็ดหลังจากปีฮิจญเราะห์ (วันที่ 8 เดือนมิถุนายน ปี ค.. 632) รวมอายุได้ 63 ปี

เมื่อข่าวศาสดาสิ้นชีวิตแพร่ขยายออกไปบรรดามุสลิมต่างเร่งรีบมายังมัสญิด เพื่อสืบให้รู้แน่ชัดว่าข่าวที่พวกเขาได้รับนั้นเป็นความจริงแค่ไหน เพราะไม่มีใครอยากเชื่อว่าศาสดาได้จากไปแล้วสหายคนสนิทของท่าน และเป็นพ่อตาของท่านคือ อุมัร อิบนุ อัล ค็อฏฏ็อบตกตะลึงต่อข่าวนี้ ท่านถึงกับชักดาบออกมาจากฝักพลางร้องประกาศว่าใครขืนพูดว่าศาสดาตายฉันจะตัดคอคนพูดทันที ขณะที่เกิดเหตุการณ์สับสนวุ่นวายกันอยู่นี้มีสาวกของศาสดาคนหนึ่งได้รีบนำเอาข่าวการสิ้นชีวิต ไปแจ้งให้อบูบักร์สหายคนสนิท และเป็นพ่อตาของท่านอีกคนหนึ่งให้ทราบ และท่านอบูบักร์ก็ได้รีบรุดมายังบ้านของท่านศาสดาท่านได้ออกไปยืนอยู่ที่บริเวณด้านหน้าของมันซิดและได้ประกาศแก่ผู้ชุมนุมว่า "หากพวกท่านมีความเคารพต่อท่านศาสดามุฮัมมัดอย่างจริงใจพึงรู้เถิดว่ามุฮัมมัดได้สิ้นชีวิตแล้ว แต่ถ้าหากท่านมีความเคารพบูชาต่อพระผู้เป็นเจ้าแล้วขอให้รู้เถิดว่าพระเจ้าทรงยั่งยืนไม่มีการดับสลาย" แล้วท่านอบูบักร์ก็ได้อัญเชิญคัมภีร์ อัลกุรอาน เพื่อประกาศให้บรรดาคนทั่วไป ณ ที่นั้นได้รำลึกและเตือนสติว่า จากโองการอัลกุรอาน ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน Al-Qur'an, 003.144 (Aal-E-Imran [The Family of Imran]) ความว่า

003.144 وَمَا مُحَمَّدٌ إِلا رَسُولٌ قَدْ خَلَتْ مِنْ قَبْلِهِ الرُّسُلُ أَفَإِنْ مَاتَ أَوْ قُتِلَ انْقَلَبْتُمْ عَلَى أَعْقَابِكُمْ وَمَنْ يَنْقَلِبْ عَلَى عَقِبَيْهِ فَلَنْ يَضُرَّ اللَّهَ شَيْئًا وَسَيَجْزِي اللَّهُ الشَّاكِرِينَ

003.144 Muhammad is no more than a messenger: many Were the messenger that passed away before him. If he died or were slain, will ye then Turn back on your heels? If any did turn back on his heels, not the least harm will he do to Allah; but Allah (on the other hand) will swiftly reward those who (serve Him) with gratitude.

[3.144] และมุฮัมมัดนั้นหาใช่อื่นมดไม่นอกจากเป็นร่อซู้ลผู้หนึ่งเท่านั้น ซึ่งบรรดาร่อซู้ลก่อนจากเขาก็ได้ล่วงลับไปแล้ว แล้วหากเขาตายไปหรือเขาถูกฆ่าก็ตาม พวกเจ้าก็หันสันเท้าของพวกเจ้ากลับกระนั้นหรือ? และผู้ใดที่หันสันเท้าทั้งสองของเขากลับแล้วไซร้ มันก็จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายแก่อัลลอฮ์แต่อย่างใดเลย และอัลลอฮ์นั้นจะทรงตอบแทนแก่ผู้กตัญญูทั้งหลาย

เมื่อคำประกาศนี้สิ้นสุดลง บรรดามุสลิมก็ได้คลายความสับสนว้าวุ่นทั้ง ๆ ที่พวกเขาก็ต่างเคยได้ยินโองการนี้มานับครั้งไม่ถ้วนก่อนที่อบูบักร์จะอัญเชิญมาเตือนกัน พวกเขายอมรับไม่ได้ก็เพราะว่าพวกเขาได้รับทราบข่าวการเสียชีวิตของศาสดาในเวลากระทันหัน และรวดเร็วโดยที่ไม่คาดคิดมาก่อน มาบัดนี้พวกเขาไม่สงสัยอีกแล้วว่า ศาสดาได้จากพวกเขาแล้ว อย่างไม่มีวันกลับเช่นเดียวกับบรรดาศาสดาอื่น ๆ ในอดีต

ดังนั้น ขอให้เราทั้งหลายจงตระหนักถึงความสำคัญของการบำพ็ญหัจญ์ และการปฏิบัติตน การครองตน การเชื่อมสัมพันธ์กับญาติ และเพื่อนๆ ตลอดจนเพื่อนต่างศาสนิก เพื่อที่จะทำให้เราทั้งหลายจะอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข ไม่เกิดความขัดแย้ง ไม่เกิดความบาดหมางระหว่างกัน อยู่ร่วมกันอย่างมีสันติสุขตลอดไป นอกเหนือจากนี้เราทั้งหลายที่ไม่ได้บำเพ็ญหัจญ์ จงอย่าลืมซุนนะห์ของท่านศาสดาในการถือศีลอดในวันที่ 9 ซุ้ลฮิจญะห์ โดยพร้อมเพรียงกัน

إِنَّ اللَّهَ وَمَلائِكَتَهُ يُصَلُّونَ عَلَى النَّبِيِّ يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا صَلُّوا عَلَيْهِ وَسَلِّمُوا تَسْلِيمًا

رَبَّنَا آتِنَا فِي الدُّنْيَا حَسَنَةً وَفِي الآخِرَةِ حَسَنَةً وَقِنَا عَذَابَ النَّارِ

إِنَّ اللَّهَ يَأْمُرُ بِالْعَدْلِ وَالإحْسَانِ وَإِيتَاءِ ذِي الْقُرْبَى وَيَنْهَى عَنِ الْفَحْشَاءِ وَالْمُنْكَرِ وَالْبَغْيِ يَعِظُكُمْ لَعَلَّكُمْ تَذَكَّرُونَ

سُبْحَانَ رَبِّكَ رَبِّ الْعِزَّةِ عَمَّا يَصِفُونَ

وَسَلامٌ عَلَى الْمُرْسَلِينَ

وَالْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ

ว่าบิ้ลลาฮิเตาฟีก วั้ลฮิดายะห์

วัสสลาม

มูฮำหมัด สันประเสริฐ

อ้างอิง

บทความเรื่อง “การทำฮัจญ์ครั้งสุดท้ายของท่านศาสดา” จากเวปไซด์ www.muslimthai.com ปี พ.ศ. 2543

Text Copied from DivineIslam's Qur'an Viewer software v2.9

อัลกุรอ่านฉบับภาษาไทย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ดำเนินการจัดพิมพ์โดยกระทรวงกิจการฮัจย์ แห่งราชอาณาจักรซาอุดิอาเบีย http://www.alquran-thai.com/

อัลฮาดีซ : Hadith of The Day V 1.0 Freeware by FaridAnasri avater@muslimonline.com www.beconvinced.com

วันพุธที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

หัจญ์ : การมีส่วนร่วมกับผู้บำเพ็ญหัจญ์

มิมบัรออนไลน์

คุตบะห์วันศุกร์ 28 ซุ้ลเกาะดะห์ 1431 (วันศุกร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553)

หัจญ์ : การมีส่วนร่วมกับผู้บำเพ็ญหัจญ์

الْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ

وَإِذْ بَوَّأْنَا لإبْرَاهِيمَ مَكَانَ الْبَيْتِ أَنْ لا تُشْرِكْ بِي شَيْئًا وَطَهِّرْ بَيْتِيَ لِلطَّائِفِينَ وَالْقَائِمِينَ وَالرُّكَّعِ السُّجُودِ

لِيَشْهَدُوا مَنَافِعَ لَهُمْ وَيَذْكُرُوا اسْمَ اللَّهِ فِي أَيَّامٍ مَعْلُومَاتٍ عَلَى مَا رَزَقَهُمْ مِنْ بَهِيمَةِ الأنْعَامِ فَكُلُوا مِنْهَا وَأَطْعِمُوا الْبَائِسَ الْفَقِيرَ

ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย

ขอบคุณพระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.) การทดสอบของพระองค์ ทำให้เราทั้งหลายต่างได้ประสบกับการทดสอบอันยิ่งใหญ่จากพระองค์ การแสดงออกถึงการยอมรับหรือการต่อต้าน ขณะที่การใช้ความอดทนต่อการทดสอบเพื่อที่จะก้าวผ่านการทดสอบดังกล่าว คือความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นความสำเร็จที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งความยำเกรงต่อพระองค์ เป็นความยำเกรงที่เรายอมจำนนต่อพระองค์ ถึงแม้ว่าการทดสอบจากพระองค์จะมีหลายขั้นตอน หลายๆ เรื่อง บางครั้งการทดสอบจากพระองค์ในเรื่องหนึ่ง อาจผูกพันในเรื่องอื่นๆ และในประเด็นอื่นๆ ต่อเนื่องกันไป ยังไม่จบสิ้น ในการทดสอบจากพระองค์บางเรื่องทุกๆ คน ต่างถูกทดสอบจากพระองค์แต่ละคนจะได้รับผลกระทบจากการทดสอบจากพระองค์แตกต่างกันไป บางคนอาจถูกทดสอบอย่างหนักหนาสาหัส แต่สำหรับบางคน การทดสอบจากพระองค์เพียงปริมาณที่เล็กน้อย ดังเช่นการเกิดอุทกภัยของประเทศไทยในขณะนี้ ในหลายพื้นที่ต่างได้รับภาคผลกันโดยถ้วนหน้า หนักบ้าง น้อยบ้าง ตามแต่จะได้รับ ผลกระทบที่เกิดขึ้น คือสิ่งที่ทุกๆคน ต้องอดทนฟันฝ่าอุปสรรคนี้ให้ผ่านพ้นไป จะเห็นได้ว่า แต่ละครั้ง แต่ละแห่งที่เกิดอุทกภัย มีหลายหน่วยงาน หลายองค์กรต่างมุ่งมั่นให้ความช่วยเหลือผู้เดือดร้อนกันอย่างถ้วนหน้า ในกลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ต่างก็มุ่งมั่นให้ความช่วยเหลือ ด้วยการบริจาคเงิน ปัจจัย สิ่งของ เพื่อช่วยเหลือผู้เดือดร้อน องค์กรต่างๆ ก็ให้ความช่วยเหลือโดยไม่รังเกียจเดียดฉันท์ หรือแบ่งฝักแบ่งฝ่าย แบ่งแยกกลุ่ม นั่นคือ การที่แต่ละฝ่ายในสังคม ต่างแบ่งปันความสุข ด้วยการมีส่วนร่วม ในความทุกข์ยากลำบากร่วมกัน ซึ่งการมีส่วนร่วมในครั้งนี้ คือปัจจัยแบ่งปัน ที่บ่งบอกถึงความห่วงหาอาทรห่วงใยต่อกัน เพื่อแสดงออกถึงการให้กำลังใจระหว่างกัน เพื่อที่จะผ่านพ้นทุกข์ภัยที่เกิดขึ้น และแสวงหาความสุขร่วมกันในอนาคตต่อไป นั่นคือ การแสดงออกถึงความห่วงหาอาทรต่อกัน แบ่งปันกัน ให้ความสุขต่อกัน เป็นสิ่งที่แต่ละฝ่ายช่วยกันในยามที่เกิดภัยพิบัติ ซึ่งเป็นการบ่งบอกถึงภราดรภาพระหว่างกัน แม้ว่าในปัจจุบัน ความเป็นภราดรภาพยังไม่เกิดขึ้น เนื่องจากแต่ละฝ่ายต่างมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน

ท่านทั้งหลาย

ภราดรภาพแห่งอัลอิสลาม คือจุดมุ่งหมายหลัก และเป็นปัจจัยสำคัญที่จะต้องสร้างให้เกิดขึ้นในมวลมุสลิม ในศาสนกิจแห่งอัลอิสลาม อาจกล่าวได้ว่า ทุกๆ การปฏิบัติที่เป็นศาสนบัญญํตินั้น ได้ถูกกำหนดให้เห็นถึงการมีภราดรภาพระหว่างกัน การปฏิญาณตนด้วยกาลิมะห์ชะฮาดะห์ เพื่อแสดงออกถึงความเป็นผู้น้อมยอมรับในพระองค์อัลลออ์ (ซ.บ.) ผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก และท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ.ล.) เป็นศาสนทูตของพระองค์ เป็นยอมรับร่วมกันแสดงออกถึงภราดรภาพแห่งความเป็นมุสลิม เช่นกันในการละหมาดในแต่ละเวลา ภราดรภาพแห่งมุสลิมที่เกิดขึ้น คือการที่เราทั้งหลายต่างมุ่งมั่นปฏิบัติ ด้วยความนอบน้อมต่อพระองค์ เป็นความนบน้อมที่บ่งบอกถึงความยำเกรงต่อพระองค์ ขณะเดียวกัน เราทั้งหลายต่างมุ่งมั่นขอพรจากพระองค์ให้กับพี่น้องของเรา เป็นพรอันประเสริฐที่ทุกๆ คน ต่างยินดีมอบให้กับทุกๆ คน บ่งบอกออกมาทางอากับกิริยาและการแสดงออกถึงความหมายและจุดมุ่งหมายอันเดียวกัน เช่นเดียวกับการบริจาคซะกาต ที่เป็นมุขยบัญญัติที่ย้ำเตือนมุสลิมทุกๆคนที่มีทรัพย์สินที่มีพิกัดและกำหนดเวลาในการครอบครองจะต้องแบ่งปันทรัพย์สินนั้นให้กับบุคคลที่มีสิทธิ์รับซะกาต เพราะนั่นคือ บทบัญญัติของพระองค์ ที่มุ่งเน้นย้ำเตือนทุกๆ คน ทุกๆ ฝ่าย ให้พึงสังวร และมองเห็นคุณค่าและความสำคัญของพวกเขาเหล่านั้น หาใช่ว่าทรัพย์สินดังกล่าวนั้น เป็นของตน แต่สำหรับพระองค์แล้ว เราเพียงมีสิทธิครอบครองพร้อมไปกับการดูแลทรัพย์สินอันนั้น เพื่อประโยชน์ในการดำรงชีพ ซึ่งเมื่อถึงเวลาหนึ่งแล้ว เราต้องแบ่งปันทรัพย์สินนั้น เพื่อสร้างมูลค่าแห่งภราดรภาพแห่งอิสลาม เช่นเดียวกับการถือศีลอด ที่เราทั้งหลายต้องปรับปรุงตนเอง ลดตนเองลง ข่มความอยากของตนลง เพื่อที่เราทั้งหลายจะได้เข้าใกล้ชิดกับบรรดาผู้ที่อดอยาก ขัดสน ได้กล่อมเกลาตนเอง ให้ได้รับรสชาติ ความหิวกระหาย และรอยยิ้มเมื่อเขาเหล่านั้นได้รับอาหารมื้อแรกภายหลังจากที่เขาได้อดอยากมาในระยะเวลาหนึ่งแล้ว ซึ่งความรู้สึกเช่นนี้ คือสิ่งที่ย้ำเตือนเราทั้งหลายให้ได้รับรู้ถึงภราดรภาพแห่งมุสลิม ความเป็นเหมือนพี่น้องที่ต่างก็ได้รับผลกระทบต่างๆ เช่นเดียวกัน สะท้อนให้แต่ละคนต้องหยุดและมองให้เห็นถึงเขาเหล่านั้น แม้ว่าเราจะแตกต่างกันในบางเรื่อง บางประเด็น แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ ความเป็นพี่น้องแห่งอัลอิสลาม การแบ่งปันร่วมกัน นั่นคือ มิตรภาพ ภราดรภาพ และความที่เราทั้งหลายมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน

ท่านทั้งหลาย

ขอให้เราพิจารณาถึงกลุ่มหุจญาต (Pilgrimage) ที่กำลังบำเพ็ญหัจญ์ที่นครมักกะห์ ในขณะนี้ จะเห็นว่า เขาเหล่านั้นต่างมีจุดมุ่งมั่นเพื่อที่จะสนองตอบพระบัญชาแห่งพระองค์ ซึ่งการบำเพ็ญหัจญ์นั้น ถูกกำหนดด้วยช่วงเวลา สถานที่ การแต่งกาย การแสดงออกถึงพฤติกรรม รวมไปถึงการมุ่งตรงต่อพระองค์ ถึงภารกิจที่เขาเหล่านั้นต่างมุ่งมั่นกระทำอยู่ เป็นการแสดงออกให้เห็นว่า ทุกๆ คนที่เดินทางโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อการบำเพ็ญหัจญ์ นั้น ต่าง มีจุดมุ่งหมายเช่นเดียวกัน เกิดภราดรภาพระหว่างกัน เป็นการที่แต่ละฝ่ายต่างมุ่งมั่นกระทำในกิจกรรมอย่างเดียวกัน ตามภารกิจแห่งหัจญ์ที่ทุกๆ คนแสวงหา แต่สำหรับคนอื่นๆ ที่ไม่ได้ไปประกอบพิธีหัจญ์ในปีนี้ ทุกๆ คน ก็สามารถมีส่วนร่วมกับเหล่าบรรดาหุจญาตเหล่านั้น ด้วยเช่นกัน เพราะขณะที่เขาเหล่านั้นอยู่ที่อารอฟะห์ แน่นอนว่าคนที่อยู่ในพื้นที่อื่นๆ ทั่วโลก ก็มีซุนนะห์ให้ถือศีลอด 1 วัน หากเขาสามารถปฏิบัติได้ หรือหากมีความสามารถก็สามารถถือศีลอดได้ตั้งแต่เข้าเดือนซุลฮิจญะห์ จนกระทั่งถึงวันที่ 9 ซุลฮิจญะห์ และในวันที่ 10 ซุลฮิจญะห์ ซึ่งเป็นวันอีดิ้ลอัดฮา เป็นการเฉลิมฉลองถึงความสำเร็จแห่งการประกอบพิธีฮัจญ์ นั้น การเชือดสัตว์เป็นพลีทานแห่งพระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.) คือการทำกุรบ่าน ซึ่งเป็นการรำลึกถึงความยำเกรงต่อพระองค์ ของท่านศาสดาอิบรอฮีม ซึ่งถูกพระองค์ทดสอบในหลายๆรูปแบบ รวมถึงการทำกุรบ่านด้วย ขอให้พิจารณาโองการ จากซูเราะห์ อัลหัจญ์ Al-Qur'an, 022.026 และ 028 (Al-Hajj [The Pilgrimage]) ความว่า

022.026 وَإِذْ بَوَّأْنَا لإبْرَاهِيمَ مَكَانَ الْبَيْتِ أَنْ لا تُشْرِكْ بِي شَيْئًا وَطَهِّرْ بَيْتِيَ لِلطَّائِفِينَ وَالْقَائِمِينَ وَالرُّكَّعِ السُّجُودِ

022.026 Behold! We gave the site, to Abraham, of the (Sacred) House, (saying): "Associate not anything (in worship) with Me; and sanctify My House for those who compass it round, or stand up, or bow, or prostrate themselves (therein in prayer).

[22.26] และจงรำลึกเมื่อเราได้ชี้แนะสถานอัลบัยต์แก่อิบรอฮีมว่า เจ้าอย่าตั้งภาคีต่อข้าแต่อย่างใดและจงทำบ้านของข้าให้สะอาด สำหรับผู้มาเวียนรอบผู้ยืนละหมาด ผู้รุกัวะ และผู้สุญูด

022.028 لِيَشْهَدُوا مَنَافِعَ لَهُمْ وَيَذْكُرُوا اسْمَ اللَّهِ فِي أَيَّامٍ مَعْلُومَاتٍ عَلَى مَا رَزَقَهُمْ مِنْ بَهِيمَةِ الأنْعَامِ فَكُلُوا مِنْهَا وَأَطْعِمُوا الْبَائِسَ الْفَقِيرَ

022.028 "That they may witness the benefits (provided) for them, and celebrate the name of Allah, through the Days appointed, over the cattle which He has provided for them (for sacrifice): then eat ye thereof and feed the distressed ones in want.

[22.28] เพื่อพวกเขาจะได้มาร่วม เป็นพยานในผลประโยชน์ของพวกเขา และกล่าวพระนามอัลลอฮ์ในวันที่รู้กันอยู่แล้ว คือวันเชือด ตามที่พระองค์ทรงประทานปัจจัยยังชีพแก่พวกเขาจากสัตว์สี่เท้า ดังนั้นพวกเจ้าจงกินเนื้อมันและจงให้อาหารแก่ผู้ยากจนขัดสน

ท่านทั้งหลาย

การบำเพ็ญหัจญ์ เป็นการตอบสนองพระบัญชาของพระองค์ ซึ่งครั้งหนึ่งในชีวิตของเรานั้น จะต้องไปสัมผัส บรรยากาศ ช่วงเวลา สถานที่ ที่ได้กำหนด หากเรามีความสามารถที่จะเดินทางไปได้ แต่สำหรับบางคนที่ไม่สามารถเดินทางไปบำเพ็ญหัจญ์ได้นั้น แน่นอนว่า เขาอาจเกิดความเสียใจที่ไม่สามารถปฏิบัติศาสนกิจอันสำคัญเช่นนั้นได้ ดังนั้น ในการปฏิบัติศาสนกิจอื่นๆ สำหรับเขา เช่น การซิเกร การอ่านพระมหาคัมภีร์อัลกุรอ่าน ภายหลังการละหมาดฟัรดูซุบฮิ์ จนกระทั่งเวลาชุรูก (ดวงอาทิตย์ขึ้น) รวมถึงการแสวงหาความโปรดปราณจากพระองค์ดว้ยการซิเกรอยู่เป็นประจำทั้งในยามเช้า และยามเย็น เช่นนี้แล้ว ภาคผลแห่งการปฏิบัตินั้น เทียบเท่ากับการไปบำเพ็ญหัจญ์ แม้เขาจะไม่สามารถที่จะเดินทางไปได้ ก็ตาม ดังนั้น การแสวงหาความโปรดปราณจากพระองค์ ด้วยการตอบสนองพระบัญชาของพระองค์ในการไปบำเพ็ญหัจญ์ สำหรับมุสลิมทุกๆ คน แล้ว เป็นสิ่งที่ตอบรับพระบัญชาของพระองค์ด้วยความยำเกรงต่อพระองค์ ตอบรับการทดสอบจากพระองค์ ด้วยความอดทน อดกลั้น ยอมรับในความแตกต่าง ความเหลื่อมล้ำ แต่เรามองร่องรอยของความแตกต่างและเหลื่อมล้ำเหล่านั้น เป็นร่องรอยแห่งการทดสอบของพระองค์ เพราะการทดสอบของพระองค์นั้น พระองค์ทดสอบการมีด้วยการไม่มี ทดสอบการอดด้วยความอิ่ม ทดสอบความทุกข์ยากลำบากด้วยความสบาย ทั้งนี้ ในจิตวิญญาณแห่งความเป็นมุสลิมแล้ว การทดสอบจากพระองค์ นั้น พระองค์ทดสอบทุกๆ คน อย่างเท่าเทียมกันทั้งหมด คนที่มีฐานะร่ำรวย พระองค์ก็ทรงทดสอบ คนที่มีฐานะยากจน ลำบากยากแค้น พระองค์ก็ทรงทดสอบเช่นกัน แต่การทดสอบของพระองค์นั้น ล้ำลึก ละเอียดและต่อเนื่องเสมอ แต่สิ่งที่พระองค์ต้องการจากเหล่าบรรดามนุษย์ทั้งหลาย นั่นคือ ความยำเกรงจากพระองค์ เป็นความยำเกรงที่แสดงออกมาด้วยการตอบรับพระองค์ ตอบรับด้วยการสนองตอบการอิบาดัรต่อพระองค์ เป็นอิบาดัรที่กระทำด้วยกาย วาจา ใจ ต่อพระองค์ ด้วยความจริงใจ ไม่มีจุดประสงค์อื่นใดแฝงเร้น เป็นการกระทำที่บ่งบอกถึงความยอมรับอย่างเต็มเปี่ยม และสนองตอบการใช้และห้ามจากพระองค์ ทั้งนี้ จิตวิญญาณแห่งความเป็นผู้ศรัทธาในพระองค์ ในบรรดามุสลิมทั้งหลาย ล้วนเป็นเสมือนพี่น้องร่วมอุทรเดียวกัน ภราดรภาพในอิสลาม คือ บรรดามุสลิมต่างมุ่งมั่นปฏิบัติศาสนกิจเพื่อพระองค์ด้วยความยำเกรงต่อพระองค์ อย่างไม่แตกต่างกัน เหมือนๆ กันทุกคน เสมือนหนึ่งเราอยู่ร่วมกันอย่างร่วมทุข์ร่วมสุขร่วมกัน แบ่งปันและเอื้ออาทรต่อกัน แม้เรามาจากที่ต่างๆ กัน แต่เราต่างมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน นั่นคือ เรายำเกรงต่อพระองค์ เรามีความรักและมุ่งหวังมุ่งตรงต่อพระองค์เช่นเดียวกัน ดังนั้น การมุ่งบำเพ็ญหัจญ์ เพื่อพระองค์ จึงเป็นเสมือนหนึ่งการที่เราทั้งหลายต่างมีจุดมุ่งหมายและแนวปฏิบัติที่ไม่แตกต่างกัน เป็นการปฏิบัติที่เรายึดมั่นต่อพระองค์ ร่วมทุกข์ร่วมสุขในสภาพเช่นเดียวกัน หาใช่ว่ามีคนหนึ่งในนั้น แตกต่างจากคนอื่นๆ เป็นความแตกต่างที่ไม่มีใครเหมือนหรือเหมือนกับใคร เช่นนั้นแล้ว ไม่เกิดภราดรภาพแห่งการเป็นกลุ่มก้อนอันหนึ่งอันเดียวกัน ดังนั้น ขอให้เราทั้งหลาย จงพิจารณาและสะท้อนให้เห็นร่วมกันว่า ภาพพจน์และการแสดงออกของการบำเพ็ญหัจญ์นั้น ภายหลังจากนั้นแล้ว เรายังมุ่งมั่น มุ่งตรงต่อการปฏิบัติศาสนกิจเพื่อพระองค์อีกมากหรือน้อยเพียงใด ยังมุ่งมั่นปฏิบัติหรือละเลยละทิ้ง ลืมการปฏิบัตินั้น นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่า การปฏิบัติที่ผ่านมาของเรานั้น ได้รับการตอบรับจากพระองค์แล้วหรือยัง

ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาแล้วทั้งหลาย

การแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากับการป้องกันปัญหานั้น แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง หากมองสภาพการแก้ปัญหาใดๆ แล้วเรามักจะพบเรื่องสองเรื่องที่แตกต่างกันเช่นนี้ ในทุกๆ วงการ ในแง่มุมของการปฏิบัติศาสนกิจแล้ว การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเปรียบเสมือนการที่เรามุ่งหวังเพื่อให้เดินทางไปบำเพ็ญหัจญ์ในครั้งนี้แต่เมื่อเวลาผ่านพ้นไปจนกระทั่งเราได้กลับมายังบ้านเกิดเมืองนอนของเรา เรากลับปฏิบัติตนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เคยละทิ้งการละหมาดเป็นอาจิณก็ยังคงประพฤติเช่นเดิม เคยนั่งนินทาใครเขาก็ยังประพฤติเช่นเดิม ในชีวิตไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เพียงมีคำนำหน้านามให้คนทั่วๆ ไปสรรเสริญเยินยอว่าเป็น “หัจญี” นั่นคือความประเสริฐในความรู้สึกของเขาเหล่านั้น เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นเพียงฉากบางๆ ที่เสมือนฟิล์มที่ฉาบปิดบังซ่อนเร้นความน่ารังเกียจเอาไว้ด้านหลังรอวันเวลาที่พระองค์จะนำกลับไปรับผลการกระทำของเขาในวันแห่งการตัดสินเพราะเขาเหล่านี้ต่างมุ่งมั่นเพียงให้ผู้คนทั้งหลายสรรเสริญเยินยอว่าเขาเป็นผู้ที่ครบถ้วนสมบูรณ์ในความเป็นมุสลิมแล้ว แต่ลืมมองตนเองไปว่าที่ว่าครบถ้วนสมบูรณ์นั้น เป็นความครบถ้วนที่มีความต่อเนื่องแห่งการกระทำมากน้อยเพียงใด ซึ่งแตกต่างจากการป้องกันปัญหาที่เราทั้งหลายร่วมหาทางป้องกันร่วมกัน คอยสอดส่องปัญหาต่างๆร่วมกัน หาแนวทางแก้ไขหรือศึกษาให้ประจักษ์แน่ชัดได้ว่าการปฏิบัติประการใดที่จะส่งเสริมภาคผลแห่งการปฏิบัตินั้นให้ได้รับการเพิ่มพูนเป็นทวีคูณ หรือการปฏิบัติเช่นไรที่ยังขาดตกบกพร่องต้องเร่งรัดปรับปรุง หรือมีความหย่อนยานในการปฏิบัติใดที่ต้องเร่งรัดการปฏิบัติให้ได้ครบถ้วนถูกต้องสมบูรณ์และเป็นการเสริมสร้างความยำเกรงต่อพระองค์ให้มากขึ้นตามอายุของเราที่สูงวัยขึ้น ดังนั้นจะเห็นว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากับการป้องกันเป็นสิ่งที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เช่นเดียวกับการแก้ปัญหาอุทกภัยและภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้ามาแก้ไขปัญหาจากทางราชการและหน่วยงานภาครัฐที่เอาแต่มุ่งมั่นแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามากกว่าการป้องกันหรือบรรเทาปัญหาอย่างเป็นระบบ จะเห็นว่าผู้ประสบอุทกภัยอาจชื่นใจเมื่อเห็นการได้รับความเอาใจใส่หรือการได้รับความช่วยเหลือจากทางการ และเช่นกันหน่วยงานทั้งหลายต่างแสดงออกถึงความพร้อมในการเข้าไปแจกของหรือถุงยังชีพแม้แต่ว่านักการเมืองยังหยิบฉวยของแจกเหล่านั้นไปเป็นหน้าตักและเสียงคะแนนนิยมเพื่อการเลือกตั้งครั้งต่อไป เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนออกมาให้เห็นได้ว่าเรายังย่ำอยู่กับที่ไม่พัฒนาไปสู่การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบเรายังมุ่งหวังที่จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันอยู่ ยังหวังเพียงคำชมเชยหรือเสียงยกย่องสรรเสริญ แต่เราไม่มองแบบอย่างหรือวิธีการที่จะบรรเทาเบาบางปัญหาให้หมดสิ้นไป ของแจกเล็กๆน้อยๆ หากของแจกเหล่านั้นเป็นจำนวนมากๆ ก็ต้องใช้งบประมาณมหาศาลในการที่จะจัดสรรผันไปยังพื้นที่ที่ประสบทุกข์ภัย แต่หากนำงบประมาณจำนวนเท่าๆ กัน แก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาปัญหาหรือทำให้ปัญหาเหล่านั้นหมดสิ้นไป ย่อมเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและเกิดประโยชน์มหาศาลแต่หากเรายังยิ้มย่องถึงรางวัลของแจกพร้อมเช็คของขวัญที่นักการเมืองต่างมุ่งหวังคะแนนนิยมจากประชาชนอยู่ร่ำไปตลอดเวลาแล้ว แน่นอน เราก็ยังย่ำแย่กันอยู่อย่างนี้กับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันเป็นประจำในทุกๆ ปี ดังนั้น ขอให้เราทั้งหลายจงพิจารณาและร่วมกันคิดร่วมกันแสวงหาแนวทางและแก้ไขที่ตนเองก่อน เพราะในความคิดของแต่ละคนแล้ว คนนั่นแหล่ะคือต้นเหตุของปัญหา การแก้ไขที่ตนเองโดยการสำรวจความบกพร่องของตนเองแล้วมุ่งหาทางแก้ไขปรับปรุงตนเองไม่ใช่แก้กันเฉพาะที่ แก้ปัญหาเฉพาะหน้า จนในที่สุดแล้วเราอาจมองข้ามความเป็นจริงและมองข้ามความสำคัญในเรื่องที่สำคัญต่อไป สุดท้ายจึงขอฝากพระวจนะแห่งท่านศาสดาเกี่ยวข้องกับการต่อสู้แห่งจิตใจเพื่อให้ได้รับชัยชนะในแนวทางที่เราต่างมุ่งแสวงหา ความว่า

Allah's Apostle said, "There is no hijra (i.e. migration) (from Mecca to Medina) after the conquest (of Mecca), but Jihad and good intention remain; and if you are called (by the Muslim ruler) for fighting, go forth immediately.

Narrated by: Ibn Abbas Source : Sahih Al-Bukhari 4.42

จึงขอฝากทุกๆ ท่าน จงมุ่งหวังและมุ่งมั่นที่จะเอาชนะความความอยากที่แฝงเร้นอยู่ในจิตใจ เพื่อเราจะได้ประกอบศาสนกิจที่บ่งบอกถึงภราดรภาพแห่งอัลอิสลาม เป็นภราดรภาพที่เราทั้งหลายต่างมุ่งหวังเพื่อที่จะได้รับชัยชนะร่วมกันและเป็นชัยชนะที่อยู่บนความยำเกรงต่อพระองค์ เป็นชัยชนะที่เราต้องชนะตนเองเสียก่อน โดยที่เราไม่มุ่งมั่นเพื่อที่จะเอาชนะปัญหาเพียงเฉพาะหน้าเท่านั้น แต่เราต้องมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหาทุกๆปัญหาอย่างเป็นระบบ เพราะนั่นคือชัยชนะที่บริสุทธิ์ เป็นชัยชนะที่เราทั้งหลายต่างแสดงออกมาถึงความภาคภูมิใจและอยู่บนความยำเกรงต่อพระองค์อย่างบริสุทธิ์ใจและจริงใจต่อพระองค์

إِنَّ اللَّهَ وَمَلائِكَتَهُ يُصَلُّونَ عَلَى النَّبِيِّ يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا صَلُّوا عَلَيْهِ وَسَلِّمُوا تَسْلِيمًا

رَبَّنَا آتِنَا فِي الدُّنْيَا حَسَنَةً وَفِي الآخِرَةِ حَسَنَةً وَقِنَا عَذَابَ النَّارِ

إِنَّ اللَّهَ يَأْمُرُ بِالْعَدْلِ وَالإحْسَانِ وَإِيتَاءِ ذِي الْقُرْبَى وَيَنْهَى عَنِ الْفَحْشَاءِ وَالْمُنْكَرِ وَالْبَغْيِ يَعِظُكُمْ لَعَلَّكُمْ تَذَكَّرُونَ

سُبْحَانَ رَبِّكَ رَبِّ الْعِزَّةِ عَمَّا يَصِفُونَ

وَسَلامٌ عَلَى الْمُرْسَلِينَ

وَالْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ

ว่าบิ้ลลาฮิเตาฟีก วั้ลฮิดายะห์

วัสสลาม

มูฮำหมัด สันประเสริฐ

อ้างอิง

Text Copied from DivineIslam's Qur'an Viewer software v2.9

อัลกุรอ่านฉบับภาษาไทย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ดำเนินการจัดพิมพ์โดยกระทรวงกิจการฮัจย์ แห่งราชอาณาจักรซาอุดิอาเบีย http://www.alquran-thai.com/

อัลฮาดีซ : Hadith of The Day V 1.0 Freeware by FaridAnasri avater@muslimonline.com www.beconvinced.com